ความเหงาในยามเย็น

แสงอาทิตย์ยามเย็นค่อยๆ เลื่อนผ่านยอดไม้ ลับลาสู่ยอดเขา หลังจากเดินออกกำลังกายแล้ว ผมก็มานั่งมองดวงตะวันสีแดงกลมโตที่ส่องสว่างอย่างสง่างาม มันทำหน้าที่เปล่งแสงสุดท้าย ก่อนจะเลือนหายไปเหมือนทิ้งอะไรบางอย่างไว้ในใจของผู้นั่งมอง
เสียงจักจั่นเรไรกรีดร้องทั่วทั้งสวน ในขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงเดินออกกำลังกาย บ้างก็วิ่งกันเป็นกลุ่ม เสียงพูดคุย เสียงเครื่องยนต์สันดาปที่แล่นไปมา พร้อมกับเสียงนกกาเหว่า ทุกอย่างช่างดูเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรีบเร่ง
ผมนั่งนิ่งปล่อยให้ลมร้อนพัดผ่าน เหงื่อไหลซึมตามเสื้อผ้า ผมไม่กล้าสูดหายใจแรงเต็มปอด เพราะช่วงนี้ค่าฝุ่นควันพีเอ็มสองจุดห้าค่อนข้างหนักหนาพอสมควร ได้แต่หลับตาเบาๆ ปล่อยให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย และอยู่กับสิ่งแวดล้อมตรงหน้าให้เต็มที่
ผมมักแปลกใจว่า เหตุใดช่วงเวลาพลบค่ำ ความรู้สึกเหงาและเดียวดายมักแวะมาทักทายผมเสมอ มันเป็นความรู้สึกแปลกๆ คล้ายนั่งอยู่บนยานอวกาศที่กำลังเดินทางไปในจักรวาลอันมืดมิด ไร้ผู้คนเป็นเพื่อน มีเพียงผมคนเดียวที่นั่งอยู่บนยานลำนั้น ท่ามกลางความโดดเดี่ยว ไม่มีความรู้ในการเอาตัวรอด ไม่สามารถควบคุมทิศทางยานอวกาศได้ เพียงปล่อยให้โชคชะตาได้ทำหน้าที่คล้ายคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต ความรู้สึกนี้เกาะกุมจิตใจผม เหมือนเงาตามตัวทุกชั่วโมงยาม
มีบ้างบางวันที่ความรู้สึกว่างเปล่านี้หายไป เช่น ในวันที่ผมมีกิจกรรมสังสรรค์ หรือหันเหไปสนใจเรื่องอื่น แต่ท้ายที่สุดความรู้สึกนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่สลัดเท่าไหร่ก็ยากจะหลุด

อะไรกันที่ทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ว่างเปล่าถึงเพียงนี้ ผมเองก็พยายามหาคำตอบอยู่ตลอด แต่ก็ยังไม่มีคำตอบไหนจะโดนใจ หรือเพราะว่า? มนุษย์วิวัฒน์มาจากความว่างเปล่าบนดาวเคราะห์ดวงนี้ มนุษย์มีช่วงเวลาแสนสั้นในจักรวาลที่ยาวนานจนเป็นอนันต์ มันคงยากที่จะเข้าใจ จึงทำให้มนุษย์ รู้สึกว่า ตัวเองไร้ตัวตนและไร้ทิศทาง เราคิดว่าเราควบคุมทุกอย่างได้ แต่เปล่าเลย เราควบคุมอะไรไม่ได้เลยต่างหาก แม้แต่การขึ้นลงของน้ำทะเล เราเพียงทำได้แค่สังเกตเห็น เข้าใจ และปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไป
ผมปล่อยให้ความว้าเหว่และเดียวดาย ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ อย่างน้อยผมก็ยังมีความรู้สึกแบบมนุษย์เหลืออยู่ มนุษย์ที่รับรู้ได้ถึงความว่างเปล่าของตัวเอง รับรู้ว่าโลกและจักรวาลกว้างใหญ่เพียงใด และรับรู้ว่า เรามีเวลาของตัวเองอย่างจำกัด
สิ่งมีชีวิตอาจไร้คุณค่าและความหมายโดยตัวมันเอง แต่มนุษย์สามารถนิยามคุณค่าและความหมายขึ้นมาในแบบของตัวเอง
แน่นอนว่า ความรู้สึกทุกอย่างก็คือคุณค่าของการดำรงอยู่อย่างมีลมหายใจ มันคือความหมายของการมีตัวตนอย่างรู้สึก
ลองคิดดูสิครับว่า หากเราไร้ซึ่งลมหายใจ เราจะไม่มีความรู้สึกแบบนี้อีกต่อไป
เพราะฉะนั้นแล้ว ความรู้สึกเหล่านี้ คือ สัญญาณบอกว่า เรายังมีชีวิตอยู่ เรายังเป็นมนุษย์ มนุษย์คนหนึ่งที่รับรู้ว่า ตัวเองยังมีความรู้สึก เงียบเหงา อ้างว้าง โดดเดี่ยว และว่างเปล่า นั้นก็เพียงพอแล้ว เพื่อให้เราใช้ชีวิตต่อไป อย่างเป็นตัวเอง