กาแฟ แสงแดด และเวลาเช้า

เช้านี้แสงแดดอ่อนส่องรอดเงาไม้ เสียงนกปลุกผมให้ลุกจากที่นอนแต่เช้าตรู่ โดยเฉพาะนกกาเหว่าที่ร้องเรียกเสียงดังกังวาล ผมรีบลุกจากที่นอน จากนั้นก็ไปเทอาหารเม็ดให้หมา-แมว ทุกอย่างดูราบรื่นเรียบร้อย แต่กว่าจะได้มานั่งเงียบคนเดียวก็เกือบแปดโมงเช้า
สิ่งที่ผ่านไปไวเหลือเกินก็คือ “เวลา” มันวิ่งเร็วโดยไม่สนใจผู้คน และไม่หวนคืนมา บางครั้งผมก็อยากโยนนาฬิกาทิ้งไป แล้วใช้ดวงอาทิตย์กะจังหวะเวลา แทนตัวเลขบนหน้าปัด เพื่อให้ธรรมชาติเป็นผู้กำหนดกิจวัตรประจำวันแทนนาฬิกาบนข้อมือ ได้แต่คิด เพราะโลกทั้งใบกำลังขับเคลื่อนด้วยตัวเลขที่บอกเวลาเป็นชั่วโมง นาที และวินาที
ผมชงกาแฟ แล้วก็ถือแก้วกาแฟไปนั่งดื่มเงียบๆ ในสวน ปล่อยให้หมาแมววิ่งเล่นตามใจ ผมสูดกลิ่นหอมของกาแฟ มันช่างผ่อนคลายอย่างประหลาด ปล่อยให้เวลาหมุนไปตามจังหวะของมัน ระหว่างจิบกาแฟไปคำแรก ผมบอกตัวเองว่า วันนี้จะไม่รีบไม่เร่ง แค่ใช้ชีวิตตามจังหวะตัวเอง จิบกาแฟไปด้วยก็นั่งมองดวงอาทิตย์ไปด้วย แสงสีทองค่อยๆ โผล่ขึ้นเหนือยอดไม้ มันช่างอบอุ่น จริงใจ และเป็นกันเอง
ผมเสพติดความขมของกาแฟ ศิโรราบให้กับความละมุน และยอมจำนนต่อน้ำสีดำที่กำลังดื่ม หลายครั้งที่ผมบอกตัวเองว่าจะเลิกดื่มกาแฟ แต่ท้ายที่สุดผมก็เสพกาแฟมากขึ้น ไม่ใช่แค่กาแฟ แต่มันคือบรรยากาศ ความสุข และความเป็นตัวเอง สิ่งที่ยังเลิกยากที่สุด ยังคงเป็น “กาแฟ”
กาแฟ แสงแดด และเวลาเช้า ดูเหมือนจะไม่สัมพันธ์กัน แต่ผมกลับรู้สึกว่า ทุกเช้าที่ถือแก้วกาแฟไว้ในมือ พร้อมนั่งดื่มคนเดียวในสวน มองแสงอาทิตย์ทอประกาย มันทำให้เวลาผมช้าลง ผมไม่สนใจว่าเวลาจะผ่านไปเร็วแค่ไหน มันคือการไม่สนใจเวลาอย่างแท้จริง แม้จะช่วงสั้นๆ แต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกถึงการเป็นนายเหนือเวลา นั่นคือเวลาไม่สามารถควบคุมผมได้ชั่วขณะหนึ่ง
กาแฟ แสงแดด และเวลาเช้า สามตัวแปรนี้ทำให้ชีวิตช้าลงได้ชั่วขณะ และชีวิตที่ช้าลงนี้ ก็ทำให้เราเห็นตัวเอง และเข้าใจตัวเองมากขึ้น