ร้านกาแฟริมทาง ที่ทำให้ผมหายเหนื่อย
บทความโดย VchaiBlog

ผมขับขี่รถจักรยานยนต์เวสป้าคู่ใจ เดินทางจากดอยผาหมีมุ่งหน้าสู่ดอยผาฮี้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย สิ่งที่เห็นระหว่างทางคือของขวัญอันล้ำค่า มันคือก้อนเมฆสีขาวลอยผ่านพร้อมความเย็นฉ่ำที่ซึมลึกไปถึงหัวใจ ต้นไม้สั่นไหวยามถูกลมพัดเบาๆ พื้นถนนสะอาดสะอ้านเพราะถูกเม็ดฝนชำระ เสียงนกและจักจั่นขับกล่อมตลอดเส้นทาง ทุกอย่างเหมือนกำลังนำพาผมไปสู่ความสุข
ผมขี่รถเวสป้าคู่ใจผ่านป่าสน ไร่กาแฟ ด่านตรวจตามแนวชายแดน และทิวทัศน์ที่กว้างสุดลูกหูลูกตา คล้ายกำลังติดปีกโบยบินบนท้องนภาอันกว้างไกล ด้วยเสรีภาพที่หัวใจถวิลหา รู้สึกเบาสบายคล้ายกำลังไร้ตัวตน และความกังวลไม่สามารถทำอะไรผมได้

ทันใดนั้น ร้านกาแฟเล็กๆ ริมถนน ก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นด้านซ้ายมือ ร้านที่มีเพียงเต้นท์กันแดด โต๊ะวางอุปกรณ์ชงกาแฟ และเก้าอี้แคมปิ้งสำหรับนั่งดื่มกาแฟ สิ่งที่สะดุดตาผมมากเห็นจะเป็นรอยยิ้มของเจ้าของร้าน ซึ่งเป็นชายหนุ่มวัย 20 ปีเศษ ผมจอดแวะหน้าร้านกาแฟ ก่อนจะเดินเข้าไปสั่งเครื่องดื่ม พร้อมสนทนากับเจ้าของร้านอย่างเป็นกันเอง จึงได้ทราบว่า เขาชายหนุ่มอาข่าที่อาศัยอยู่ดอยผาฮี้ เขาขนวัสดุอุปกรณ์ใส่มอเตอร์ไซค์คันเดียวมาตั้งร้านเล็กๆ กลางป่าแห่งนี้
ร้านกาแฟไม่หรูหรา มีเพียงคำว่า SlowBar ที่วางอยู่หน้าร้าน ผมรับเครื่องดื่มมาพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้ ตอนนี้หมอกสีขาวพัดผ่านผมอย่างแผ่วเบา ทุกครั้งที่ละอองไอหมอกผ่านร้านกาแฟ ความเย็นสบายสดชื่นก็ทำหน้าที่คล้ายเปิดเครื่องปรับอากาศ
ใช่แล้วครับ นี่มันร้านกาแฟบนท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก ความเย็น และเครื่องดื่มรสละมุน

กาแฟแก้วละ 60 บาท พร้อมเวลาของเราที่ถูกใช้กับความงามรอบตัว มันคุ้มค่ากับทรัพยากรของชีวิตมาก
สิ่งที่ได้จากร้านกาแฟริมทาง คือ แรงบันดาลใจจากเจ้าของร้าน ความกล้าที่จะสร้างบางอย่างเล็กๆ ด้วยหัวใจ กลางถนนบนดอยสูง รวมถึงความสดชื่นของอากาศ และทิวทัศน์อันกว้างไกล สิ่งเหล่านี้ทำให้ความเหนื่อยล้าของชีวิตผมหายไปเหมือนปลิดทิ้ง

ไม่น่าเชื่อว่า แค่นั่งดื่มกาแฟช้าๆ ใช้สายตามองต้นไม้ใบหญ้า สูดกลิ่นละอองไอหมอกจนเต็มปอด ปล่อยให้หัวใจได้หยุดพัก แค่นี้ความสุขก็เกิดขึ้นได้
ก้อนหินที่ผมเคยแบกไว้บนบ่า ตอนนี้ถูกวางลงอย่างแผ่วเบา
ร้านกาแฟเล็กๆ ริมทางบนดอยผาฮี้ ทำให้ผมกลับมาเบาสบาย และหายเหนื่อยอีกครั้ง…
