สวัสดีวันฝนตก ค่อยๆ ก้าวหน้าในวันที่ใจเหนื่อย

บทความโดย VchaiBlog | บันทึก 10 กันยายน 2569 เวลา 07.30 น.

ฝนตกในสวนที่มีสนามหญ้าสีเขียวและต้นไม้ใบด่างอยู่สองข้าง
เช้าวันฝนตกในสวน วันที่ผมได้นั่งมองสายฝนและกลับมาทบทวนจังหวะชีวิต

เช้าวันพฤหัสบดี ฝนตกหนักตั้งแต่เช้าและตกติดต่อกันเกือบหนึ่งชั่วโมง น้ำฝนเริ่มท่วมขังตามจุดต่าง ๆ ในสวน พื้นหญ้ารับน้ำจนเอ่อล้น บรรยากาศค่อย ๆ เย็นลง พร้อมกับความกระตือรือร้นของผมที่ดูเหมือนจะลดลงตามไปด้วย

เช้าวันฝนตกที่ต่างคนต่างพัก

ฝนตกหนักแบบนี้ ดูเหมือนนกจะหยุดพัก พวกมันเกาะนิ่งอยู่บนกิ่งไม้ คล้ายกำลังรอให้สายฝนผ่านไป แล้วค่อยออกไปหาอาหาร

ผมกินอาหารเช้าง่าย ๆ มีไข่ต้ม มันฝรั่งต้ม กล้วยไข่สองลูก และกาแฟดำ ระหว่างกินก็นั่งมองสายฝนที่โหมกระหน่ำอย่างไม่ขาดสาย ส่วนเจ้าหลงกับโซนี่ หลังกินอาหารเช้าแล้วก็แยกย้ายไปหามุมส่วนตัว นอนมองสายฝนเช่นกัน

เมื่อกิจวัตรที่คุ้นเคยทำให้ใจเหนื่อย

สิ่งที่ผมสังเกตตัวเองในช่วงนี้คือ หลังตื่นนอน ผมมักรู้สึกห่อเหี่ยวและเหนื่อยหน่ายมากกว่าปกติ เหมือนมีภารกิจมากมายรอให้สะสางอย่างไม่รู้จบ

กิจวัตรที่ซ้ำเดิมทำให้ผมรู้ล่วงหน้าว่าต้องทำอะไรก่อนหรือหลัง ชีวิตคาดเดาได้เสียจนบางครั้งความเบื่อหน่ายก็ค่อย ๆ แทรกเข้ามา

หนังสือหนึ่งเล่มกับความก้าวหน้าเล็ก ๆ

หลังอาหารเช้า ผมหยิบหนังสือ The Almanack of Naval Ravikant มานั่งอ่านเงียบ ๆ มีข้อความช่วงหนึ่งที่ทำให้ผมหยุดคิด

สิ่งที่ผมเข้าใจจากการอ่านคือ หากเฝ้าถามถึงความสำเร็จและผลลัพธ์ทุกวัน ผมอาจท้อใจได้ง่าย ลองหันกลับมาใส่ใจกับสิ่งที่กำลังทำ และความก้าวหน้าเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันดูบ้าง

ใช่แล้วครับ ผมคงต้องให้ความสำคัญกับขั้นตอนการทำงานและค่อย ๆ ลงมือทำ มากกว่าจดจ่ออยู่กับเป้าหมายความสำเร็จจนเกินไป เพราะสิ่งที่ทำซ้ำ ๆ ในวันนี้ อาจต้องอาศัยเวลากว่าจะมองเห็นผลของมัน

เม็ดฝนค่อย ๆ ซาลง จากที่ตกหนักก็เบาลงทีละน้อย จนสุดท้ายฝนหยุดตก เหลือเพียงก้อนเมฆใหญ่ที่ยังปกคลุมท้องฟ้า เหล่านกเริ่มบินออกมาใช้ชีวิตตามปกติ

ส่วนผมได้ความคิดเล็ก ๆ กลับมา วันนี้ลองใส่ใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แล้วค่อย ๆ ลงมือทำทีละอย่าง นี่คือสิ่งที่ผมได้จากการหยิบหนังสือเล่มหนึ่งมาอ่านท่ามกลางสายฝน

บันทึกวันฝนตก

บทความที่เกี่ยวข้อง