ดอกกุหลาบที่ยังเลือกจะเบ่งบาน

ผมตัดดอกกุหลาบต้นนี้ไปนานแล้ว เพราะมันเริ่มโทรม ประกอบกับเจ้าหลง แมวจรที่ผมเก็บมาเลี้ยง ชอบมาวิ่งเล่นที่สวนดอกกุหลาบต้นนี้ ผมกลัวว่าหนามกุหลาบจะปักแมว ผมจึงตัดทิ้งจนเหลือแต่ตอ โดยไม่ให้มันเติบโตขึ้นมาได้อีก
แต่แล้ววันหนึ่ง ดอกกุหลาบต้นนี้ค่อยๆ แทงยอดใหม่โผล่ขึ้นมาอย่างช้าๆ ผมเฝ้าดูความพยายามของมัน ต้นกุหลาบไม่พูด ไม่ส่งเสียงดัง แต่ค่อยๆ คืบคลานยามรัตติกาลอันสงัด โดยไม่ทันสังเกต
จนกระทั่งวันที่ลมหนาวพัดมา หมอกขาวในตอนเช้าเคล้ากับแสงอาทิตย์อันอบอุ่น กุหลาบต้นนี้ก็ผลิดอกสีแดงสวยอย่างสง่างาม มันค่อยๆ คลี่กลีบบางอย่างเชื่องช้าและประณีต แสดงถึงความเป็นตัวเองอย่างชัดเจน และโชว์สิ่งที่มันเรียกว่า “ประสบความสำเร็จ”
แม้จะใช้เวลาไม่นานในความรู้สึกของผม แต่ขณะที่มันกำลังเติบโต เวลาของดอกกุหลาบต้นนี้คงนานมาก มันคงเฝ้ารอ อดทน ลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ฝ่าฟันความรู้สึกของคนอื่น เอาชนะศัตรูแมลงที่มาทำลาย ผ่านปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ดอกกุหลาบต้นนี้ เอาชนะความรู้สึกของตัวเอง โดยใช้เพียงความนิ่ง ความเงียบ การพัฒนาช้าๆ เติบโตอย่างต่อเนื่อง กระทั่งได้ดอกสวยให้โลกได้ชื่นชม แน่นอนว่า! โลกงดงามขึ้นอีกนิด เพราะดอกกุหลาบดอกนี้เบ่งบาน นี้คือของขวัญที่มันมอบให้โลก
สีแดงของดอกกุหลาบบอกผมว่า ต่อให้ถูกตัด ถูกโค่น ถูกทำลายจนแทบหายไปจากโลก ถูกทำให้หมดคุณค่า แม้กระทั่งถูกทำให้หมดความหมายในชีวิต แต่เราก็สร้างขึ้นมาใหม่ได้เสมอ ถ้าสีแดงของดอกกุหลาบดอกนี้คือ ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของพืชชนิดนี้ แล้วอะไรล่ะคือความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของมนุษย์?
ถ้ามนุษย์ถูกลดทอน ถูกทำลาย ถูกทำให้หมดความหมาย จนแทบไม่เหลืออะไร แต่แล้ววันหนึ่งมนุษย์คนนั้นกลับค่อยๆ ฟื้นคืนชีวิต เติบโตอย่างช้าๆ อดทนกับปัญหา เมื่อถึงเวลาหนึ่งที่ผ่านปัญหาอุปสรรคมาได้ คุณค่าและความหมายของชีวิตจะเติบโตอย่างงดงาม และเกิดความรู้สึกที่เรียกว่า “ภาคภูมิใจในตัวเอง” นั้นอาจเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของมนุษย์คนหนึ่ง
ดอกกุหลาบสีแดงดอกนี้ กระซิบกับผมว่า การเติบโตและเบ่งบานในเส้นทางของเรา ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น นั้นคือของขวัญที่เรามอบให้โลก
#VchaiBlog