ทำไมผมชอบกางร่มเดินตากฝน
ความสุขเล็กๆ ในวันฝนพร่ำ
บทความโดย VchaiBlog

ในวันที่ฝนพร่ำไม่หนักมาก ผมมักหยิบร่มใบใหญ่ กางออกแล้วเดินฝ่าสายฝนอย่างช้าๆ เป็นช่วงเวลาแห่งความเย็นสดชื่น ไม่ค่อยมีผู้คนออกมาใช้ชีวิต โดยเฉพาะสวนสาธารณะ ซึ่งหากมาเดินในวันธรรมดาแสงแดดจ้า ผู้คนมักออกมาเต็มสวน แต่ในวันฝนตก สถานที่อันเคยคึกคัก กลับเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด
ผมสวมรองเท้าผ้าใบ ถือร่มไว้ในมือ เดินช้าๆ ฟังเสียงเม็ดฝนกระทบร่มดังเป็นจังหวะ ฟังแล้วสบายใจ ทั่วทั้งสวนมีผมคนเดียว นั่นคือเวลาที่ผมได้สังเกตโลกด้วยสายตาตัวเอง
ยามเมื่อสายฝนพร่ำ อากาศมืดมัว ทุกสิ่งอย่างรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่ง โลกช้าลง เพื่อให้ผมมองเห็นรายละเอียดที่เคยมองข้ามไป สาเหตุที่ผมชอบเดินช้าท่ามกลางสายฝน
- ความเย็นชื้นทำให้ร่างกายสดชื่น ยามเมื่อยื่นมือไปสัมผัสเม็ดฝน เหมือนสัมผัสความเป็นไปได้ในทุกโอกาสของชีวิต
- ฝนตกไม่ใช่อุปสรรค เพราะดูเหมือนสิ่งมีชีวิตหลายชนิดยังคงออกมาเริงร่ากับสายฝน เช่น ไส้เดือน นกที่ออกหาอาหาร หอยทากที่คลานอย่างช้าๆ สัตว์ตัวน้อยเหล่านี้สอนผมว่า อุปสรรคที่คิดว่าขัดขวางชีวิต อาจเป็นแค่สภาพแวดล้อมหนึ่งให้เราเติบโต
- การเดินคนเดียวเงียบๆ ในวันฝนพร่ำ ช่วยให้สัมผัสความเหงาในใจ ผมสามารถอยู่กับความคิดที่วิ่งวนไปมา ปล่อยให้ความรู้สึกค้างคาลอยไปกับสายฝน
- เวลาเดินช้าท่ามกลางเม็ดฝนโดยไร้ผู้คนรอบข้าง ผมสามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ สามารถหยุดมองดอกไม้เปียกฝนได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องแคร์สายตาผู้ใดมาตัดสิน มันเป็นช่วงเวลาแห่งการมองหาความหมายที่ซ่อนอยู่ในสิ่งธรรมดา
- เห็นอะไรบางอย่างตรงหน้าแล้วตีความได้ตามใจปรารถนา ดอกไม้เปียกฝนเหมือนคนกำลังเจอปัญหา มันถูกเม็ดฝนกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่มันก็ยังยืนหยัดอยู่ตรงนั้น จนสายฝนผ่านพ้นไป ช่างเป็นความอดทนที่น่าชื่นชม
ผมไม่ได้แนะนำให้ใครต้องเดินกางร่มตากฝนเหมือนผม เพราะมันไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพียงแต่ผมชอบการเดินช้าๆ ในวันฝนพร่ำมากเป็นพิเศษ มันเป็นช่วงแห่งความสุข ที่ผมอยากเก็บไว้
ผมไม่ได้เลือกวันฝนตกหนัก หรือวันที่พายุพัดแรง ผมเลือกวันที่ฝนพร่ำเบาๆ รู้สึกปลอดภัยที่มีสายฝนเป็นเพื่อน จากนั้นได้ใช้สายตามองหาความหมายในสิ่งธรรมดา…ที่ปรากฏตรงหน้า
นั่นคือ สิ่งมหัศจรรย์ที่ผมพบได้ ในวันเดินกางร่มตากฝนตามลำพัง…
