ชีวิตมีขึ้นมีลง เหมือนเมฆบนท้องฟ้า
บทความโดย VchaiBlog

วันนี้ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยก้อนเมฆใหญ่ บรรยากาศเย็นและเงียบอย่างประหลาด หลังปักชำดอกฟ้าประดิษฐ์แล้ว ผมก็มานั่งมองก้อนเมฆที่บดบังแสงอาทิตย์ไว้ พวกมันกำลังลอยอย่างช้าๆ บนท้องฟ้า อย่างไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย ทั้งที่เมื่อวานแสงแดดส่องจนร้อนอบอ้าว เหตุใดวันนี้ จึงได้มืดมิดจนไร้แสงสว่าง
ขณะมองดอกฟ้าประดิษฐ์ที่กำลังชูช่อสีฟ้าคราม ผมก็ครุ่นคิดถึงอดีต สองปีที่ผ่าน ชีวิตผมเปลี่ยนไปหลายอย่างครับ จากคนที่เคยมีรายได้หลายทางจนสุขสบาย ปัจจุบันรายได้หดหายจนเหลือเพียงแค่พอยังชีพ จากเมื่อก่อนทำคลิปหรือทำคอนเท็นต์อะไรก็มักได้ยอดวิวและยอดแชร์มากมาย ปัจจุบันทุกอย่างกลับเงียบลงจนน่าใจหาย คล้ายกับว่า ชีวิตกำลังตกหลุมและหาหนทางขึ้นจากหลุมนั้นไม่เจอ
ดอกฟ้าประดิษฐ์สั่นไหว ยามสายลมพัดผ่าน ดอกสีฟ้าค่อยๆ เหี่ยวเฉาลง จากสีฟ้าสดใสกลับกลายเป็นร่วงหล่นเกลื้อนพื้น คงเหมือนชีวิตเราที่มีทั้งยามเบ่งบานและหล่นพื้น อุปมาดั่งชีวิตที่มีทั้งขาขึ้นและขาลง ผมก็ไม่แน่ใจว่าความคิดนี้จะบั่นทอนตัวเองหรือเปล่า ผมแค่รู้สึกว่า กำลังประสบเหตุการณ์นี้อยู่พอดี
ช่วงขาขึ้น ชีวิตรุ่งเรือง หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง ทำกิจการอะไรก็เติบโต เหมือนอยู่เฉยๆ ก็ประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ แค่ลงมือทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ โลกก็ตอบแทนสิ่งล้ำค่ามาให้อย่างง่ายดาย จนเผลอยิ้มอย่างผู้ชนะ ชีวิตช่วงขาขึ้น ช่างงดงามและมีคุณค่ามาก เป็นชีวิตที่มีความสุข มองไปทางไหนก็เห็นแต่ความหวังและโอกาส
แต่โชคชะตามักเล่นตลกอยู่เสมอครับ รุ่งเรืองได้ไม่นาน ทุกอย่างก็เริ่มถดถอย ช่วงขาลงของชีวิต จะหยิบจับอะไรก็ไม่เข้าท่า เงินทองค่อยๆ ร่อยหรอ ลงอย่างช้าๆ ปัญหาเริ่มถาโถมมาซ้ำ คล้ายเดินวนอยู่ในเขาวงกตยามมืดมิด มองไม่เห็นแสงสว่าง ยิ่งเดินยิ่งหลงทาง ราวกับโลกทั้งใบกำลังขาดแคลนความหวัง
สุดท้ายความมืดมิดมักอยู่กับเราไม่นาน ดุจยามวิกาลอันไร้แสงตะวัน เมื่อเวลารุ่งเช้ามาถึง แสงสว่างทางทิศตะวันออกย่อมส่องประกาย เมื่อทุกอย่างเฉิดฉาย เราย่อมมองเห็นหนทาง
ช่วงขาขึ้นก็คงเหมือนยามกลางวันอันแจ่มชัด และน่าใช้ชีวิตครับ ส่วนช่วงขาลงก็คงเหมือนกับยามราตรีอันมืดมิด ชีวิตคนเราก็คงมีทั้งช่วงสดใสชัชวาล และอับจนหนทาง
ผมคิดว่า ช่วงที่เราควรให้ความสำคัญที่สุด คือ ช่วงที่เรากำลังทุกข์ยาก ลำบาก และล้มเหลว ช่วงนี้คือการวัดใจครั้งสำคัญของชีวิต หากเราสู้ทนฟันฝ่ามันไปได้ เราย่อมได้เจอรุ่งอรุณอันสดใส แต่หากเราท้อจนไม่อยากลุกขึ้นมาทำอะไร เราจะเจอความมืดปกคลุมในใจ จนไร้แสงสว่างในชีวิต
ช่วงขาลงของชีวิตมักรู้สึกยาวนานเสมอครับ บางคนอาจแค่หนึ่งปี บางคนหลายปี ช่วงนี้เราอาจลำบาก เหมือนใช้ชีวิตอยู่ใต้เมฆครึ้ม ผมอยากให้คนที่กำลังเหนื่อยกับชีวิตช่วงขาลงแบบนี้ สร้างกำลังใจให้ตัวเองบ่อยๆ ลงมือทำอะไรบางอย่างที่พาชีวิตเราเดินไปข้างหน้า “กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง เดินทีละก้าว” แม้เราไม่เห็นจะเห็นผลลัพธ์ มองไม่เห็นอนาคต และแทบไม่รู้เลยว่า พรุ่งนี้ชีวิตจะเป็นยังไง ขอแค่ใช้ชีวิตให้อยู่รอดและลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น
ใครที่กำลังท้ออยู่ ผมอยากบอกว่า ช่วงนี้ผมเองก็กำลังท้อเช่นกันครับ เราจะเดินไปพร้อมกัน ด้วยความเชื่อว่า ชีวิตเราเติบโตได้ ชีวิตเราดีขึ้นได้ และ ชีวิตเรามีโอกาสใหม่เสมอ
ท้ายที่สุด หากผ่านช่วงยากลำบากไปได้ เราจะกลายเป็นคนยอดเยี่ยม ความสำเร็จเราจะมีความหมาย เราจะเก็บความสุขไว้อย่างเต็มเปี่ยม พร้อมบอกตัวเองว่า ภายภาคหน้า เราจะใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท….
เจอกันวันฟ้าสว่าง และวันที่ทุกอย่างเปิดทางให้โอกาสเดินเข้ามา
บันทึกจากสวนวันฟ้าครึ้ม…