ผมอยากได้เครื่องหยุดเวลา
เมื่อความสุขในยามเช้าทำให้ไม่อยากให้วันเวลาผ่านไป
บทความเขียนโดย VchaiBlog

ผมชันตัวลุกจากที่นอนอย่างช้าๆ เพราะแสงตะวันเริ่มแทงตา เมื่อเดินมาเปิดประตูก็พบเจ้าหลง แมวน้อยที่นั่งรออย่างเงียบๆ ดูมันจะไม่ยินดียินร้ายกับการปรากฏตัวของผมในตอนเช้าสักเท่าไหร่ ผมมองนาฬิกาแขวนผนัง เวลา 06.00 นาฬิกา ต้นเดือนมิถุนายน เข้าสู่หน้าฝนอย่างเป็นทางการ แสงแดดมักโผล่มาเร็วกว่าปกติ เหมือนพระอาทิตย์จะขยันทำงานเป็นพิเศษในช่วงนี้ เสียงร้องเจ้าหลงดังขึ้นเบาๆ ผมจึงอุ้มมันขึ้นบนบ่า แล้วออกไปเดินสัมผัสบรยากาศยามเช้าในสวน
เมื่อโซนี่ หมาบางแก้ว เห็นผมอุ้มเจ้าหลง มันก็เดินกระดิกหางมาหา ผมจึงลูบหัวมันเบาๆ แล้วพาหมาแมวไปเดินเล่น ผมปล่อยเจ้าหลงวิ่งเล่นอย่างอิสระ ส่วนโซนี่ก็เดินสำรวจตรวจตราในสวน ระหว่างนี้ผมจึงบริหารร่างกายเบาๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้าง่ายๆ ผมอุ่นโจ๊กที่ซื้อมาตั้งแต่เมื่อวานเย็น จากนั้นจึงชงกาแฟ หยิบกล้วยหอมสุก แล้วจึงนำอาหารมาวางไว้บนโต๊ะ
เสียงเจ้าหลงดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันคงเริ่มหิว ผมจึงเดินออกจากห้องครัว เห็นเจ้าหลงนั่งรอ และโซนี่ที่นั่งเงียบๆ ผมเทอาหารเม็ดให้ทั้งสองตัว ปล่อยให้พวกมันกินอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย หลังอิ่มแล้ว พวกมันก็พากันวิ่งเล่นในสวน
ผมยกอาหารมาวางบนโต๊ะไม้เก่าตัวเดิม ในสวนอันสดชื่นพร้อมนั่งลงกินอาหารเช้าอย่างคนไม่เร่งรีบ
เช้านี้ของผม มันช่างเชื่องช้า สงบ และอิ่มอร่อย ขณะยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม สายตาผมก็เห็นดอกไม้สีชมพูอันวิจิตรปรากฎขึ้นตรงหน้า พร้อมกับเสียงนกเขาสองตัวที่ขับกล่อมบทเพลงให้ฟัง สักพักนกหัวจุกก็เริ่มหยอกล้อกัน กลิ่นหอมดอกแก้วโชยมาเข้าจมูกผสมกับกลิ่นกาแฟ มันผสานกันราวกับกลิ่นแห่งสีสันของชีวิต สายลมเย็นๆ พัดผ่าน ความเย็นสบายสัมผัสทั่วทุกอณูผิวกาย ทุกอย่างตอนนี้รวมตัวกันเพื่อส่งมอบสิ่งสำคัญให้ผม สิ่งนั้นเรียกว่า “ความสุขยามรุ่งอรุณ”
แสงแดดอ่อน ทาบพื้นผิวหญ้า ผมมองเจ้าหลงเดินไปเดินมาอย่างสบายใจ มันดูนกที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ ส่วนโซนี่เดินมานั่งข้างผม

ก็จะมีอะไรอีกเล่าในชีวิตที่งดงามเยี่ยงนี้ ผมมีอาหารกินอิ่มท้อง มีชีวิตเล็กๆให้ดูแล มีความงามตรงหน้า อิสรภาพและเวลาคือสิ่งที่ผมปรารถนามาตลอด ตอนนี้ผมกำลังสัมผัสมันอย่างเต็มกำลัง แล้วความคิดหนึ่งก็แว่บเข้ามา ถ้าอนาคตข้างหน้าผมต้องเจอความทุกข์ ผมจะทำยังไงดี? ผมต้องมีเครื่องหยุดเวลา
เครื่องหยุดเวลาอยู่ไหนกันนะ? ผมอยากได้เครื่องหยุดเวลา เพื่อไม่ให้ทุกอย่างเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ไม่อยากให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง ผมมองหาเครื่องหยุดเวลาทั่วทั้งสวนแต่ก็ไม่พบ หรือมันจะซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน ริมน้ำ บนดอยสูง ลึกลงไปในมหาสมุทร เครื่องหยุดเวลาต้องถูกซ่อนไว้สักแห่งบนโลกใบนี้ ผมรู้ด้วยสัญชาตญาณ เพราะมนุษย์ยุคโบราณต้องปรารถนาหยุดเวลาไว้เหมือนผม พวกเขาบรรพบุรุษยุคเริ่มแรกที่ค้นพบความสุข พวกเขาต้องสร้างนวัตกรรมอันล้ำยุคเพื่อหยุดเวลาไว้
ผมจะทำยังไงดี? มีทางเลือกอยู่สองทางที่ผมต้องเลือก หนึ่งคือทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้ แล้วออกเดินทางไปตามหาเครื่องหยุดเวลา หรือทางเลือกที่สองคือ ใช้ชีวิตไปตามปกติปล่อยให้เวลาไหลไป
ดูเหมือนเส้นทางแรกอาจไม่เหมาะกับผม หากผมทิ้งหมาแมวไว้ที่บ้าน แล้วใครเล่าจะดูแลมันทั้งสอง แล้วหญ้าในสวนใครจะตัด ต้นไม้ในสวนใครจะรดน้ำ บ้านคงสกปรกหากผมไม่ทำความสะอาด ผมจิบกาแฟอย่างเชื่องช้าอีกครั้ง พร้อมอะไรบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้น
ผมตัดสินใจเลือกเส้นทางที่สอง นั้นคือ ยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น ความสุขปรากฏให้เราได้ดื่มด่ำ และเก็บมันไว้ในความทรงจำ เพื่อสร้างประสบการณ์อันมหัศจรรย์ของชีวิต
ผมยอมรับความสุขและความทุกข์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกช่วงของชีวิต
ผมวางแก้วกาแฟลง พร้อมความว่างเปล่า แสงแดดเริ่มร้อนขึ้น ความเงียบเริ่มหายไป ทดแทนด้วยเสียงดังจากรถยนต์ เสียงคนงานก่อสร้าง และเครื่องจักรแผดคำรามดังก้องทั่วพื้นที่ ความสงบถูกแทนที่ด้วยความวุ่นวาย กลิ่นหอมของดอกไม้ถูกแทนด้วยกลิ่นควันไฟจากการเผาไร่นา และกลิ่นเครื่องยนต์สันดาป
ผมหยุดเวลาไว้ไม่ได้ ผมไม่สามารถออกตามหา หรือสร้างมันขึ้นมาได้ สิ่งที่ผมทำได้คือ เก็บชั่วขณะแห่งความสุขไว้ในประสบการณ์ให้มากที่สุด
เพื่อที่ว่าวันหนึ่ง วันที่ความทุกข์มาเยือน
ผมจะเข้าใจว่า… มันจะผ่านไปเช่นกัน
บันทึกยามเช้ากับแก้วกาแฟในสวน
#VchaiBlog