ผีเสื้อในสวน สอนผมให้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ
บทความโดย VchaiBlog

วันก่อนผมเดินเล่นในสวน ผมเห็นงูตัวหนึ่งเลื้อยผ่านหน้าผมไป ตัวมันค่อนข้างใหญ่ และเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว สวนผมติดริมทุ่งนาจึงมักมีกบ เขียด กระปอม และสิ่งมีชีวิตต่างๆ มาอาศัยอยู่ ไม่แปลกใจที่มักเห็นงูมาหาอาหารกินที่นี่
ผมไม่สามารถขับไล่ทุกชีวิตออกไปจากสวนได้ทั้งหมด ทำได้เพียงตัดหญ้าให้โล่งเตียน เพื่อจะได้มองเห็นพื้นดินได้สะดวก และวันนี้ผมก็ตัดหญ้าที่สวนครับ
หลังตัดหญ้าแล้วพื้นดินโล่ง มองเห็นทางเดิน และบริเวณสวนสะอาดขึ้นมาก กลิ่นหญ้าหลังถูกตัดใหม่ มันหอมอย่างประหลาด หอมเหมือนการทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปจากชีวิต มันโปร่ง โล่ง และปลอดภัย
ขณะเดินสำรวจสวนหลังตัดหญ้าใหม่ สิ่งที่บินผ่านไปมามักเป็นแมลงตัวเล็กๆ เช่น ผึ้ง แตน แมลงปอ ต่อ เป็นต้น
แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็กระพรือปีกผ่านผม มันล่องลอยอย่างพลิ้วไหว ประดุจมีมนต์วิเศษในการใช้ชีวิตในห้วงอวกาศ สิ่งมีชีวิตนั้นคือ ผีเสื้อ
มันบินเล่นลมอย่างคนที่ชำนาญการใช้ชีวิต แล้วถลาลงอย่างช้าๆ เกาะอยู่บนดอกเข็มสีแดง ผมยืนมองมันอย่างนักสำรวจ ลำตัวผีเสื้อขนาดประมาณสี่นิ้ว ปีกสีขาวลวดลายสีดำ บริเวณโคนปีกมีสีแดง เหมือนคนที่ตั้งใจตื่นแต่เช้าเพื่อแต่งหน้า และเลือกเสื้อผ้าอย่างประณีตให้เข้ากับรูปหน้าของตัวเอง ดูมีรสนิยมในการเลือกเครื่องสำอางและชุดที่สวมใส่ รูปร่างสง่างามเหมือนกาลเวลายังไม่ฝากรอยเหี่ยวย่นไว้ให้ ชีวิตยังไม่ผ่านประสบการณ์อันโชกโชน มันดูภูมิใจกับตัวเองอย่างที่สุด ปีกของมันสดใหม่ไม่มีร่องรอยขาดแหว่ง มันกระพรือปีกอย่างช้าๆ เหมือนกำลังส่งคำทักทายไปหาดวงจันทร์
มันไม่เกรงกลัวมนุษย์คนหนึ่งที่ยืนห่างมันเพียงไม่กี่เซ็นติเมตร ผีเสื้อดูดกินน้ำหวานจากดอกเข็มอย่างกระหาย จากนั้นมันก็กล่าวคำอำลา แล้วบินขึ้นท้องฟ้า พร้อมออกไปตามหาชีวิตอันมีค่าต่อไป
ถ้าผมเป็นผีเสื้อตัวนี้ ชีวิตผมคงดีมากเลยครับ ผีเสื้อไม่มีภาระในชีวิตมากมายจนใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก มันแค่บิน บิน และบินไปตามหัวใจปรารถนา บินไปตามเสียงภายในตัวเอง
แม้ปีกจะบอบบาง พร้อมถูกสายลมและเม็ดฝนทำลาย แต่มันก็ไม่หวาดหวั่น แม้แสงแดดจะร้อนระอุ มันก็ยังสยายปีก กระพรือปีกอย่างช้าๆ แล้วพาตัวเองไปหาดอกไม้
ถ้าผมมีปีกแบบผีเสื้อ ผมคงลอยอยู่บนอากาศ แวะทักทายเหล่าแมลงปอ ขอคำปรึกษาชีวิตจากต้นข้าว เฝ้าถามตัวเองว่า อะไรกันที่ผมกำลังตามหา? แล้วก็ได้คำตอบกลับมาว่า ไม่มีอะไรทั้งนั้นที่ควรค่าต่อการแสวงหา มีเพียงชั่วขณะเวลาที่รับรู้ว่า
“ตัวเองยังมีค่า ขณะใช้ชีวิต…เท่านั้นพอ”
ผมวางความคิดอยากเป็นผีเสื้อลง แล้วกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ผมปล่อยให้ผีเสื้อเป็นผีเสื้อ เริงร่ากับชีวิต ใช้เวลาที่มีอย่างเต็มที่ ส่วนผมก็กลับมาเป็นตัวเอง แล้วค่อยๆ ใช้ชีวิตในแบบที่หัวใจต้องการ
ท้ายที่สุดแล้ว ทุกชีวิตมีวิถีของตัวเอง… แค่ดำเนินต่อไป…