ผีเสื้อราตรี ผู้โดดเดี่ยว
บทเรียนชีวิตจากแขกผู้มาเยือนในสวน
บทความเขียนโดย VchaiBlog

เช้านี้ของผมมึนเบลอ และงัวเงียจากการนอนหลับไม่เต็มอิ่ม ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว เจ้าหลงชอบร้องตอนกลางคืน ผมตื่นบ่อยตลอดคืน แม้จะดื่มกาแฟแล้ว แต่ดูเหมือนความง่วงยังไม่จางหายไปไหน
ผมออกมาเดินช้าๆ ในสวนเฉกเช่นเดิมเหมือนทุกวัน มันกลายเป็นกิจวัตรอันทำให้ชีวิตยังพอรู้ว่า เรายังมีลมหายใจอยู่ ดูเหมือนวันนี้ ทุกอย่างจะหม่นหมอง ไม่แจ่มใส ต้นไม้ที่เคยสดชื่น ทำไมวันนี้มันดูเหมือนง่วงนอน แมลงปอเกาะนิ่งบนกิ่งหญ้า มันไม่ขยับร่างกายเลยแม้แต่น้อย สงสัยมันคงนอนไม่เต็มอิ่ม กอไผ่ในสวนเริ่มมีหน่อเล็กๆ โผล่พ้นดินมาให้เห็น แต่เหตุใดมันจึงหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น หรือมันกำลังหยุดพัก ทำไมนะ? ทุกอย่างในสวนดูเหมือนกำลังหลับ
ทันใดนั้น ผมก็เห็นสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดตัวหนึ่งเกาะนิ่งๆ อยู่บนก้านไม้ไผ่ มันมีปีกสีเทา วาดเส้นสีดำลงบนปีก นี้มันตัวอะไรกัน? หรืออาจเป็นมนุษย์ต่างดาวจากนอกโลกมาสำรวจดาวเคราะห์ดวงนี้ หรืออาจเป็นสัตว์ประหลาดที่หวังยึดครองโลก มันอาจมีพิษร้ายแรง หรือสามารถแปลงร่างกลายเป็นยักษ์ใหญ่เพื่อหวังทำลายมนุษย์
ผมตั้งใจมองมันอีกครั้ง แล้วก็เริ่มรู้ว่า มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจากนอกโลก แต่นี่คือผีเสื้อราตรี หรือ ผีเสื้อกลางคืนผู้สงบเสงี่ยม เกาะนิ่งราวก้อนหิน
ในยามรัตติกาลอันเงียบเหงา มันคงเฝ้ารอใครสักคนอย่างโดดเดี่ยว คงมีเพียงแสงจันทร์และดวงดาว ที่คอยเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้มันฟัง พร้อมทั้งปลอบใจยามเหงาหว้าเหว่ ผีเสื้อรัตติกาลผู้ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในคืนมืดมิด กระทั่งแสงตะวันสาดส่องลงสู่พื้นโลก ความสว่างไสวก็มิอาจขับไล่ความเหงาและความอ้างว้างในหัวใจออกไปได้ มันจึงยังเกาะนิ่งๆ เพื่อทำความเข้าใจความรู้สึกอ้างว้างนั้น ช่างน่าเห็นใจผีเสื้อตัวนี้ มันคงอาภัพรัก และอกหักจากใครสักคน จนไม่อาจเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้
หวังว่าค่ำคืนนี้ มันจะบินร่อนเร่พเนจรไปตามหาใครสักคน ท่ามกลางแสงจันทร์และสายลม ความสับสนในใจคงคลายลง และเริ่มต้นชีวิตใหม่กับใครสักคน
ก่อนฟ้าสางยามรุ่งอรุณ หากมันไม่เจอใครเลย มันคงเข้าใจด้วยตัวเองว่า ความโดดเดี่ยวและอ้างว้าง คือประสบการณ์ที่ทุกคนต้องพบเจอ…
ผมแต่งกลอนบทนี้ให้ผีเสื้อผู้โดดเดี่ยวในสวน
ผีเสื้อรัตติกาลผู้อ้างว้าง
คงทุกข์ทรมานหัวใจยามไร้คู่
บินโดดเดี่ยวเที่ยวไปจนเช้าตรู่
ตามหาคู่เมื่อไหร่จะได้เจอ
ชีวิตมันช่างคล้ายชีวิตผม
ทนใช้ชีวิตคนเดียวจนชินชา
เมื่อถึงคราวดวงตะวันลับลา
มีเพียงดวงจันทรา คอยปลอบประโลม
เหงายิ่งนักยามสายลมพัดผ่าน
เดียวดายอ้างว้างยามคิดถึงเขา
โอ้ อนิจจา! วาสนาของตัวเรา
ได้แต่เฝ้า รอใครสักคน…มาคู่กัน…