ท้องนาหน้าฝน ยามดำนาใหม่
ความสุขเรียบง่ายที่ใจคิดถึง
บทความโดย VchaiBlog

ต้นกล้าเขียวเรียงเป็นแนว และคันนาดินทอดยาวไปยังกระท่อมกลางทุ่ง
ผมยืนอยู่กลางท้องนาหน้าฝน ท่ามกลางสายฝนที่กำลังตกปรอย ๆ น้ำฝนโอบอุ้มผืนนาไว้จนชุ่มเย็น ขณะที่เสียงกบ เขียด และแมลงเรไรดังมาจากรอบกาย บรรยากาศเงียบสงบจนความเย็นเหมือนซึมลึกเข้าไปถึงหัวใจ
กลิ่นต้นกล้าและโคลนหลังปักดำ
ท้องนาเพิ่งผ่านการปักดำ ต้นกล้าเล็ก ๆ เรียงตัวอยู่เหนือผิวน้ำ กลิ่นต้นข้าวอ่อนและกลิ่นโคลนลอยปะปนกับกลิ่นฝน เป็นกลิ่นธรรมดาที่คุ้นเคย แต่กลับพาผมหวนไปถึงวันเก่า ๆ เมื่อครั้งยังเยาว์วัย
ในความทรงจำนั้น เสียงเพลงลูกทุ่งลอยแผ่วมากับลม ผมเดินช้า ๆ ตามหลังพ่อกับแม่ระหว่างกลับบ้านในตอนเย็น ฟ้าใกล้มืด มีเพียงสายฝนพรำและเสียงแมลงรายรอบ แม้ชีวิตในเวลานั้นไม่ได้มีสิ่งของมากมาย แต่ผมไม่เคยรู้สึกว่าขาดอะไร ความสุขของวัยเด็กและความรักจากพ่อแม่ทำให้โลกทั้งใบรู้สึกปลอดภัย
มื้อเย็นง่าย ๆ ที่ยังอร่อยในความทรงจำ
เมื่อกลับถึงบ้าน แม่เตรียมน้ำพริกกับผักลวกง่าย ๆ ไว้ให้ อาหารมื้อนั้นไม่มีอะไรหรูหรา แต่รสชาติกลับติดอยู่ในความทรงจำมาจนถึงวันนี้
วันเวลาผ่านไปอย่างเรียบง่าย เราไปนา ปักดำต้นกล้า เดินเล่นตามคันนา และหาปลาตามหนองบึง ชีวิตแต่ละวันไม่ได้เร่งรีบ และหัวใจก็ไม่ต้องแบกคำถามมากมายเหมือนในวันนี้
เมื่อชีวิตวันนี้หนักกว่าวันวาน
เมื่อมองกลับมายังชีวิตปัจจุบัน ผมรู้สึกว่าทุกอย่างหนักอยู่ตลอดเวลา ทั้งความหวัง ความโดดเดี่ยว และความปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จ ผมแบกสิ่งเหล่านี้ไว้นานเสียจนแทบลืมไปแล้วว่าจะวางมันลงอย่างไร
แต่เมื่อได้ยืนมองท้องนาหน้าฝน ความสุขเล็ก ๆ กลับค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในหัวใจ เมื่อก่อนเรามีน้อยกว่านี้มาก แต่เหตุใดจึงมีความสุขเหลือเกิน วันนี้เรามีสิ่งของเพิ่มขึ้น แต่ทำไมความสุขจึงดูเหมือนหลุดลอยออกไปทุกที
คำถามที่ลอยมากับเสียงฝน
เสียงกบและเขียดร้องระงมทั่วทุ่ง เสียงน้ำไหลผ่านคันนาส่งจังหวะเบา ๆ ชวนให้ใจสงบ แล้วคำถามก็ค่อย ๆ ผุดขึ้นมา ผมต้องการอะไรจากชีวิตกันแน่ กำลังแสวงหาสิ่งใดบนโลกใบนี้ และวันนี้ผมได้ใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองปรารถนาหรือยัง
ผมไม่ได้รีบหาคำตอบ เพียงปล่อยให้คำถามเหล่านั้นไหลผ่าน แล้วตั้งใจมองละอองฝนที่กำลังตกลงมาจากท้องฟ้า เพราะในขณะนี้ ความสุขตรงหน้าสำคัญที่สุด ผมยังอยู่ตรงนี้ ยังคิด ยังรู้สึก และยังมองเห็นสายใยที่เชื่อมอดีตเข้ากับท้องนาตรงหน้าได้
บางทีความหมายของชีวิตอาจเรียบง่ายกว่าที่คิด
ผมยังไม่รู้ว่าตัวเองเกิดมาทำไม ควรใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร หรือชีวิตที่ประสบความสำเร็จควรมีหน้าตาแบบไหน แต่การได้ยืนมองท้องนาและระลึกถึงวันวาน อาจเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมรับรู้ได้ในเวลานี้
บางทีเราอาจไม่ได้เกิดมาเพื่อไขว่คว้าความยิ่งใหญ่ หรือค้นหาความหมายที่สวยงามอยู่ตลอดเวลา เราอาจเพียงเกิดมาเพื่อดำรงอยู่อย่างเป็นตัวเอง และใช้เวลาที่เหลือกับผู้คนและสิ่งที่เราให้คุณค่า
ปล่อยให้สายฝนหล่นลงมาจากฟากฟ้า ปล่อยให้ต้นข้าวเติบโตสดใส ปล่อยให้น้ำไหลไปตามทาง และปล่อยให้หัวใจได้หยุดพักจากชีวิตที่ผ่านมา
บันทึกจากท้องนาในวันฝนพรำ
VchaiBlog