
จากสมุดบันทึกสู่หน้าจอ ความสุขที่พบได้ในกิจวัตรอันเรียบง่าย
ต้นเดือนมีนาคม แต่อากาศยังคงหนาวเย็น อุณหภูมิบนหน้าจอขยับมาอยู่ที่ 20°C ผมต้องหยิบเสื้อกันหนาวมาสวมใส่เพื่อต้านทานความเย็นที่ปกคลุมไปทั่วบ้าน ขณะที่แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงบนพื้นหญ้า สะท้อนประกายระยิบระยับเข้าตา เป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก ผมยังคงใช้ชีวิตตามกิจวัตรประจำวันเดิมๆ ซ้ำๆ เป็นความธรรมดาที่ยากจะถอนตัว
ทุกอย่างเริ่มต้นจากเสียงของ “เจ้าหลง” แมวจอมป่วนที่ร้องเรียกปลุกผมตอนตี 4 ผมต้องลุกขึ้นมาเปิดประตูให้เจ้าหลงออกไปเริงร่า ก่อนจะกลับมาเอนตัวนอนต่อจนถึง 7 โมงเช้า ซึ่งเป็นเวลาตื่นมาทำหน้าที่หลัก คือการให้อาหารทั้งหมาและแมว จากนั้นจึงถึงเวลาของตัวเองกับการชงกาแฟดื่มคู่กับอาหารเช้าง่ายๆ ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปในแต่ละวัน
หลังดื่มด่ำกับกาแฟดำท่ามกลางบรรยากาศอันแสนสงบ งานบ้านมากมายก็รอให้ผมไปสะสาง เริ่มจากการเปลี่ยนน้ำดื่มให้สัตว์เลี้ยง เปิดประตูสวนให้พวกเขาไปวิ่งเล่นในสนามหญ้า แล้วจึงเริ่มกวาดบ้าน ถูบ้าน จัดการใบไม้ที่ร่วงหล่นบนลานบ้าน ซักผ้า ล้างห้องน้ำ งานบ้านเป็นสิ่งที่มองไปทางไหนก็เรียกหาเราเสมอ เป็นงานที่ไม่รู้จบและมีมาให้ทำได้ทุกวัน
วันนี้ผมลองทำสิ่งที่ต่างออกไป คือการเขียนบันทึกผ่าน Microsoft Word ใน MacBook ซึ่งให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่มาก เพราะปกติผมมักจะหยิบสมุดบันทึกและปากกาคู่ใจ ไปนั่งเงียบๆ ในห้องริมทุ่งนาเพื่อกลั่นกรองเรื่องราว การพิมพ์ลงคอมพิวเตอร์โดยตรงแบบนี้ดูจะเป็นเรื่องยากและไม่คุ้นชิน เพราะผมยังหลงรักการจดบันทึกด้วยมือที่ช่วยให้เราได้ละเมียดกับความคิดอย่างช้าๆ
แต่ในเมื่อการเขียนลงกระดาษก่อนจะนำมาลงโลกออนไลน์นั้นดูจะเป็นขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ผมจึงเลือกท้าทายตัวเองด้วยวิธีการทำงานใหม่นี้ แม้ช่วงแรกอาจติดขัดไม่คล่องตัวเท่าที่ควร แต่ผมเชื่อว่าในไม่ช้ามันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร ต่อไปนี้การเล่าเรื่องผ่านบล็อกของผมจะเริ่มต้นที่หน้าจอเป็นหลัก แต่อาจมีบางครั้งที่ผมจะกลับไปพึ่งพาสัมผัสของปากกาและหน้ากระดาษ หากเป็นเรื่องที่ส่วนตัวมากๆ หรือในยามที่ต้องการความละเอียดอ่อนของความคิดเป็นพิเศษ
ขณะที่แสงแดดเริ่มสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา อากาศรอบกายค่อยๆ อุ่นขึ้น เจ้าหลงเดินกลับเข้าบ้านมานอนขดตัวในที่นอนของมัน ส่วน “โซนี่” หมาบางแก้วคู่ใจ ยังคงเดินเล่นในสวนอย่างมีความสุข ส่วนผมนั่งนิ่งๆ เขียนบทความนี้อย่างเชื่องช้า ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปโดยไม่ใยดีว่าเข็มนาฬิกาจะเร่งรีบเพียงใด
ผมไม่รู้หรอกว่าอาชีพนักเขียนบล็อกจะเติบโตหรือพาผมไปได้ไกลแค่ไหน แต่สิ่งที่ได้รับระหว่างทางคือความสุขที่ได้อยู่กับความคิดของตัวเอง ได้สนทนากับโลกภายใน และได้ครอบครองเวลาของตัวเองอย่างแท้จริง…
เพียงเหตุผลเท่านี้ ก็เพียงพอแล้วที่ทำให้ผมลุกขึ้นมาเขียนบล็อกในทุกๆ วัน
#VchaiBlog