นั่งเหม่อมองสายน้ำโขง

วันนี้ผมพาตัวเองพร้อมกล้องคู่ใจ มานั่งเล่นริมฝั่งโขง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ในช่วงต้นฤดูฝนเช่นนี้ สายน้ำโขงสีแดงขุ่นไหลล่องอย่างเชื่องช้าลีลาเหมือนไม่รีบเดินทางไปไหน แค่ได้ใช้ชีวิตไหลไป เพื่อเป้าหมายสุดท้ายคือทะเลอันห่างไกล
การเดินทางของแม่น้ำโขงกินเวลาเนิ่นนานและไม่รู้วันเวลาที่แน่นอนในการไปถึงเป้าหมาย ทั้งผ่านอุปสรรคมากมายระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นโขดหินน้อยใหญ่ ภูเขาสูงขวางกั้น ไหนจะสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมของมนุษย์ที่เรียกว่า “เขื่อน” ที่สกัดกั้นมวลน้ำไว้ แต่แม่น้ำโขงก็ยังไหลไป โดยไม่หวาดหวั่นต่อปัญหาและสิ่งขวางหน้า แม่น้ำโขงนำพาความเชื่อ เรื่องเล่า และวิถีชีวิตผู้คนเดินทางไปด้วย ระหว่างการเดินทางของสายน้ำ เกิดการตั้งชุมชนของมนุษย์มากมาย ช่างเป็นการเดินทางที่คุ้มค่าที่สุดของการได้เกิดมาเป็นแม่น้ำ

ผมนั่งมองสายน้ำอย่างสบายใจ ฟังเสียงเรือหางยาวและเรือขนถ่ายสินค้าแล่นไปมาสองฝั่ง เรือบางลำมีผู้คนนั่งเต็มลำ บางลำมีเพียงคนขับเรือพร้อมอุปกรณ์หาปลา ชีวิตผู้คนยังคงดำเนินไปตามวันเวลา ผู้คนสองฝั่งยังไปมาหากันตามปกติ ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลใจ เหมือนชีวิตผมตอนนี้ ไม่ต้องกังวลอะไร แค่ใช้ชีวิตต่อไป ดั่งแม่น้ำโขงที่กำลังเดินทาง
การเดินทางของแม่น้ำโขงกับการเดินทางของชีวิตเราช่างไม่แตกต่างกันเลย เราไม่รู้ว่าจะถึงจุดหมายสุดท้ายปลายลมหายใจเมื่อไหร่ แม่โขงก็ไม่รู้จะถึงปากแม่น้ำตอนไหน เราแค่ใช้ชีวิตต่อไป วันต่อวัน อย่างไม่ยี่หระต่อสิ่งที่มากระทบหัวใจ แค่มีชีวิตอยู่ ไหลไป และเชื่อว่าชีวิตยังมีคุณค่า เท่านั้นพอ
ผมนั่งเหม่อมองสายน้ำโขงพร้อมคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ตอนนี้แม่โขงกำลังปลอบประโลมให้ผมเข้าใจชีวิตมากขึ้น ผมปล่อยความกังวลใจและทุกสิ่งอย่างให้ไหลไปพร้อมสายน้ำ ทุกอย่างรอบตัวผมกำลังเคลื่อนที่ สายลมแผ่วเบา กลิ่นน้ำมันเรือ เสียงคลื่นกระทบฝั่ง เสียงผู้คนตะโกนกันไปมา และเวลาของผมที่เหมือนหยุดนิ่ง กระทั่งได้ยินทุกอย่างรอบตัวชัดเจนขึ้น…
วันที่ผมนั่งมองสายน้ำ…อาจเป็นวันที่ผมกลับมาอยู่กับตัวเอง…
