
เมื่อห้าปีก่อน ผมปลูกดอกมันปลาหรือดอกกันเกราไว้ในสวน มาวันนี้มันออกดอกเบ่งบาน เมื่อยามฝนแรกโปรยปรายลงมา กลิ่นหอมของดอกมันปลาก็คละคลุ้งไปทั่วสวน มันเป็นกลิ่นหอมละมุนชวนนึกถึงความหลัง กลิ่นแห่งความอบอุ่นของครอบครัว กลิ่นของฤดูแห่งการเพาะปลูก ยิ่งยามคราดไถดำนา กลิ่นดอกมันปลามักโชยมาให้ผ่อนคลาย
ยามพลบค่ำ ดอกมันปลาก็ชวนให้เคลิ้มฝัน เหมือนคนรักเก่าที่จากกันไปนานแล้วกลับมาพบพานกันอีกครั้ง กลิ่นที่มาพร้อมสายฝนชวนให้เหงาและว้าเหว่ กลิ่นที่มีเรื่องเล่ามากมายอันควรเก็บไว้ในความทรงจำ
บางครั้งเวลาได้กลิ่นหอมของดอกมันปลา ก็เหมือนกับว่า กำลังนั่งฟังนิยายรักชวนเพ้อฝัน เรื่องเล่าหญิงสาวที่เฝ้ารอชายหนุ่มใต้ต้นกันเกรา บางคราวก็เหมือนกลิ่นสาววัยแรกรุ่นที่กำลังตามหารักแท้ กลิ่นหอมของสาวแก่ที่ตามหาความหมายของชีวิต มันเป็นกลิ่นที่ปลุกเร้าจินตนาการไม่รู้จบ กลิ่นที่ทำให้อยากมีชีวิตอยู่ต่อ กลิ่นที่ทำให้รู้ว่า โลกนี้น่าอยู่ และเรายังมีคุณค่าในแบบของเราเอง

หอมดอกมันปลา ยามหน้าฝน
เมื่อฝนแรกแห่งปี โปรยลงมา
ดอกมันปลาก็สง่า อย่างเฉิดฉาย
ส่งกลิ่นหอมละมุน ฟุ้งไปไกล
หอมชื่นใจหากใคร ได้สูดดม
กลิ่นแห่งการทำนา เกษตรกรรม
ยามพลบค่ำยิ่งละมุน ชวนหลงใหล
ดอกมันปลาคือความหวัง อันยาวไกล
สุดบรรยายหากได้ยล ชมกลิ่นเอ่ย
เหมือนความรักครั้งเก่า ที่ห่างหาย
แต่กลับกลายกลับมา สุขสดใส
รักครั้งนี้บริสุทธิ์ กว่าคราวใด
จักเก็บไว้ในหทัย จนสิ้นปราณ
หอมกลิ่นดอกมันปลา ยามอยู่ใกล้
คล้ายกับใครบางคน เฝ้าตามหา
จะรอเธออยู่ตรงนี้ ตลอดเวลา
ดอกมันปลาคือสัญญา รักสองเรา
กลิ่นเหมือนสาวเฝ้ารอ คอยรักแท้
เหมือนสาวแก่เริ่มเข้าใจ ในวิถี
ค้นหาคุณค่าความหมาย และความดี
ชีวิตนี้สุขได้ แค่รู้พอ
ดอกมันปลาคือสัญญาณ แห่งชีวิต
จงรู้คิดปล่อยวาง ในตัณหา
จงรู้จักหาคุณค่า ของชีวา
สุขใดหนาเท่าสุขใน หัวใจตน…
บทความโดย VchaiBlog