
แสงอาทิตย์ช่วงกลางวันส่องสว่าง ปลุกให้ต้นไม้และสิ่งมีชีวิตดำเนินไปตามครรลองของตัวเอง ผมนั่งใต้ร่มไม้มองความเขียวขจีและสดชื่นของต้นฤดูฝน ดอกไม้หลากสีชูช่อเบ่งบานงดงามราวกับงานปฏิมากรรมอันเลอค่า ผมปล่อยใจให้ล่องลอยไปตามสายลมที่พัดผ่านมาเบา ๆ สายลมเดินทางไปทั่วทุกหนทุกแห่งอย่างเสรี พลันสายตาผมก็เห็นสิ่งมีชีวิตมีปีกสวย ลวดลายตระการตา บินผ่านหน้าผมไป คล้ายจะอวดรูปทรงอันพิสดารแต่แฝงด้วยความงดงามของการเป็นตัวเอง ผมมองตามสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ผีเสื้อไป และเห็นมันมาเกาะบนดอกไม้
ผีเสื้อโบยบิน กินน้ำหวาน ไม่สะทกสะท้านกับแสงแดด มันช่างทำให้ผมทึ่งในความเป็นสิ่งมีชีวิตอันไม่สนใจเวลาและสายตาคนแปลกหน้าที่มองมัน
ผมจึงร้อยเรียงบทกลอนเล็กๆ ให้กับผีเสื้อที่ผมเห็นและอยากบอกผีเสื้อตัวนั้นว่า
ถึงผีเสื้อทุกตัวบนโลก
บินไปเถิดผีเสื้อเอ๋ย บินไปตามใจปรารถนา
ทุกสิ่งอย่างล้วนมีค่า ประสบการณ์ที่เจอมาจะสั่งสอนเจ้าเอง
แม้จะมีเวลาแค่ไม่กี่วัน แต่นั่นก็หาใช่สาระของชีวิต
ไม่มีหรอกพรหมลิขิต มีแต่ตัวเจ้าที่กำหนดเอง
พอเข้าใกล้วัยปัจฉิมวัย เจ้าจะตระหนักได้ว่า
ความสำเร็จที่วัดจากของนอกกายที่ได้มา ไร้ค่าและจอมปลอม
ความสำเร็จที่เจ้าควรตามหา คือความสุขสงบในอุรา
จงหาเวลา อยู่กับลมหายใจของตัวเอง…
บินไปเถิด ผีเสื้อเอ๋ย ดอกไม้ทุกดอกคือของเจ้า
จงเสพความสุขทุกค่ำเช้า แล้วเจ้าจะเข้าใจชีวิตเอง
เมื่อถึงเวลาสุดท้าย เจ้าจงปล่อยร่างไว้บนแผ่นดิน
เดินทางไกลอันไม่จบสิ้น ในห้วงจักรวาลแห่งกาลเวลา…
By VchaiBlog