
ริมฝั่งโขงวันหนึ่ง สายลมพัดมาเบาๆ จนผิวน้ำเกิดระลอกคลื่นเล็กน้อย ผมนั่งมองสายน้ำโขงอยู่ตามลำพัง ก่อนจะสังเกตเห็นหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ไม่ไกล
เธอนั่งนิ่ง สายตามองไปยังอีกฟากของลำน้ำ ราวกับกำลังเฝ้ารอใครสักคน
ใครบางคนที่เคยสัญญาว่าจะกลับมา ลมพัดชายผ้าของเธอไหวเบาๆ
แต่หัวใจของเธอดูเหมือนยังคงหยุดอยู่ที่เดิม
ผมไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร ไม่รู้ว่าเธอกำลังรอใคร และไม่กล้าเดินเข้าไปถามแต่บางครั้ง สายตาของคนคนหนึ่ง ก็บอกเล่าเรื่องราวได้มากกว่าคำพูดทั้งหมดในโลก
ผมนั่งอยู่ตรงนั้น พร้อมกับเธอที่ยังมองแม่น้ำ จึงค่อย ๆ เกิดเรื่องราวของความรักขึ้นมา
ผมนึกถึงชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่เคยสัญญารักกับหญิงสาวริมฝั่งโขงแห่งนี้ เคยจับมือกันใต้สายลมเย็น เคยพูดถึงวันข้างหน้า และเคยสัญญาว่าจะกลับมา แต่แล้ววันหนึ่ง ชายคนนั้นกลับหายไป โดยไม่มีแม้แต่คำลา เหลือเพียงหญิงสาวคนเดิม ที่ยังคงเฝ้ามองสายน้ำ รอคอยอย่างเงียบๆ ปล่อยเวลาไหลผ่านฤดูกาลแล้วฤดูกาลเล่า ดอกอินทนิลสีชมพู-ม่วง ยังคงร่วงหล่นทุกปี เหมือนหัวใจดวงเดิมที่ยังคงคิดถึงใครคนเดิมเสมอ
และริมฝั่งโขงในวันนั้น ผมจึงเขียนบทกลอนนี้ขึ้นมา
“รออ้ายริมฝั่งโขง”
ณ ริมฝั่งสายนที ริมน้ำโขง
ผูกเชื่อมโยงคำสัญญา เฮาทั้งสอง
เคยบอกรักผูกพัน สมใจปอง
พี่กับน้องครองรักกัน สมดั่งใจ
แต่แล้วอ้ายหนีไป โดยไม่บอก
ปล่อยน้องช้ำชอกนอนเหงา เฝ้าตามหา
ปานฉะนี้อ้ายอยู่ไหน ไยไม่มา
ปล่อยน้ำตาไหลริน แทบสิ้นใจ
ขอนาคาใต้บาดาล ลำน้ำโขง
โยงเราทั้งสองให้กลับมา รักอีกหน
ฝากสายลมส่งข่าว คนใจหม่น
น้องยังคงรออ้าย หลายเวลา
จะกี่ปีกี่ชาติ จะเฝ้ารอ
จะไม่ท้อแม้จะไร้ ซึ่งความหวัง
ด้วยใจรักคงมั่น นิจนิรันดร์
ทุกคืนวันจะเฝ้ารอ วันอ้ายมา…
แต่งโดย VchaiBlog