สิ่งที่ผมได้จากการ
เที่ยวนาขั้นบันได บ้านลิไข่ เชียงราย

ทุกเช้าวันเสาร์–อาทิตย์ บริเวณลานจอดรถทางขึ้นนาขั้นบันไดบ้านลิไข่จะมีรถมาจอดเรียงกันอยู่หลายคัน หนึ่งในนั้นคือรถของผมที่นำมาจอดไว้ เพื่อออกเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติบนดอย ในวันที่ผมไป มีค่าฝากรถ 20 บาท ทั้งนี้ อัตราค่าบริการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับคนในพื้นที่อีกครั้งก่อนเดินทาง
เริ่มต้นเดินด้วยแสงแดดยามเช้า
แสงแดดอุ่น ๆ ยามเช้าเริ่มทอประกายสดใส นักท่องเที่ยวทยอยเดินเท้าเข้าสู่นาขั้นบันได ผมถือกล้องคู่ใจไว้ในมือ สวมเสื้อผ้าพร้อมลุย แล้วค่อย ๆ เดินอย่างช้า ๆ เป้าหมายที่ปรารถนาคือ นาขั้นบันไดและน้ำตกกลางป่า
การเดินป่าครั้งนี้ต้องบอกตามตรงว่าเหนื่อยมากครับ เพราะเส้นทางเป็นดินลูกรัง และในช่วงหน้าฝนมีโคลนสีแดงเหนียวติดพื้นรองเท้า ทำให้เดินลำบาก แต่สิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นความท้าทายของการตามหาเป้าหมายบนดอยลิไข่
ระหว่างเดิน ผมมักได้ยินเสียงน้ำไหลดังมาเป็นระยะ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย มีเสียงป่าแผ่วเบาคล้ายต้นไม้กำลังกระซิบกัน เสียงแมลงเรไร และเสียงนักท่องเที่ยวที่ทักทายหยอกล้อกัน บรรยากาศการเดินป่าจึงไม่เงียบเหงา

สี่กิโลเมตรที่ไม่เหมือนระยะทางบนถนน
จากจุดที่ผมจอดรถในวันนั้นจนถึงนาขั้นบันได ผมเดินเป็นระยะทางราว 4 กิโลเมตร ถือว่าไกลพอสมควรสำหรับคนที่ไม่เคยเดินป่ามาก่อน เพราะต้องผ่านทุ่งนา ป่าสัก แปลงข้าวโพด พื้นที่เลี้ยงสัตว์ของชาวบ้าน ลำธาร สะพานไม้ไผ่ และเส้นทางวิบากหลายช่วง
ไม่ต้องถามว่าเหนื่อยแค่ไหน เหนื่อยจนแทบไม่อยากเดินต่อเลยครับ ผมต้องนั่งพักเป็นระยะ เหงื่อไหลรินทั่วร่างกาย แต่ทุกครั้งที่ลมพัดผ่าน ความเย็นสบายบนใบหน้าก็เหมือนธรรมชาติเปิดเครื่องปรับอากาศให้สดชื่นขึ้นมาอีกครั้ง
แม้เส้นทางครั้งนี้จะลำบาก แต่นักท่องเที่ยวก็ยังทยอยเดินกันเป็นกลุ่ม ๆ ไม่ขาดสาย

เมื่อความเหนื่อยพามาถึงทุ่งนาสีเขียว
กระทั่งผมมาถึงนาขั้นบันไดสีเขียวที่ลดหลั่นเป็นชั้นคล้ายบันได ใบข้าวพลิ้วไหวไปกับสายลม และแมลงปอบินอย่างอิสระ กลางเดือนสิงหาคม ฤดูฝนทำให้ต้นข้าวและพืชพรรณต่าง ๆ สดใส ผมนั่งมองนาข้าวอย่างสบายใจ ฟังเสียงน้ำไหล ความเหนื่อยล้าค่อย ๆ จางไป เหลือไว้เพียงความอิ่มใจและความภูมิใจที่สามารถพาตัวเองก้าวมาถึงจุดหมายได้
จากนาขั้นบันได ผมเดินต่อเข้าไปในผืนป่าอีกราว 500 เมตร เส้นทางลาดชัน ผ่านลำธารและโขดหิน ก่อนพบน้ำตกที่ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ ส่งเสียงก้องไปทั่วผืนป่า ความชื้นจากละอองน้ำทำให้หัวใจชื่นบาน เหมือนได้รับรางวัลจากการออกมาใช้ชีวิต

สิ่งที่ผมได้ ไม่ใช่เพียงวิวสวย
สิ่งที่ผมได้จากการเดินป่าครั้งนี้ ไม่ใช่แค่วิวทุ่งนาแสนสวย หรือน้ำตกกลางป่าอันตระการตา แต่มันคือการได้รู้ว่า เส้นทางที่กำลังเดินอาจกำลังพาเราไปสู่จุดหมายอันงดงาม แม้ระหว่างทางจะยากลำบาก เหนื่อยจนอยากหยุด แต่เมื่อรวบรวมแรงกายแรงใจทั้งหมดที่มี แล้วเดินหน้าต่อทีละก้าว สุดท้ายปลายทางที่ไปถึงก็คือความสำเร็จ
ผมตระหนักรู้อย่างหนึ่งว่า ความยากลำบากก็มีคุณค่าเหมือนกัน ทันทีที่เห็นความงดงามของธรรมชาติตรงหน้า มันทำให้ผมรู้ว่า หากอยากไปให้ถึงเป้าหมายของชีวิต ผมต้องเดินหน้าต่อไปด้วยสองเท้าของผมเอง…
| บันทึกวันออกเดินทางไปดอยลิไข่ บางครั้งเราไม่ได้ออกเดินทางเพื่อพบเพียงสถานที่ใหม่ แต่เพื่อกลับมาพบความอดทนที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง |
