เที่ยวงานโล้ชิงช้าอาข่า ดอยผาฮี้ เชียงราย 2569
สัมผัสวิถีชีวิตและประเพณีบนดอย
บทความโดย VchaiBlog

งานโล้ชิงช้าอาข่าเป็นหนึ่งในประเพณีสำคัญของชาวอาข่าที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ภูเขาทางภาคเหนือของประเทศไทย และในจังหวัดเชียงรายมีชุมชนอาข่าหลายแห่งที่ยังคงรักษาประเพณีนี้เอาไว้ สำหรับปี 2569 ผมมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวงานโล้ชิงช้าอาข่าที่บ้านผาฮี้ จังหวัดเชียงราย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของผมมากนัก การเดินทางครั้งนี้จึงเริ่มต้นอย่างเรียบง่ายด้วยการขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นดอย ตั้งใจว่าจะไปชมบรรยากาศ ถ่ายภาพและวิดีโอเก็บเอาไว้ แต่เมื่อเดินทางกลับมาถึงบ้านจึงพบว่า ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ผมได้เรื่องราวกลับมามากกว่าที่คาดคิด

จากพื้นที่แม่สาย การเดินทางขึ้นไปยังดอยผาฮี้สำหรับผมใช้เวลาไม่นานนัก เนื่องจากเป็นคนในพื้นที่และคุ้นเคยกับเส้นทางอยู่แล้ว ข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งของการอาศัยอยู่ในเชียงรายคือ เมื่อมีงานประเพณีหรืองานวัฒนธรรมตามหมู่บ้านบนดอย ผมสามารถหยิบกล้อง ขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากบ้าน และใช้เวลาเดินทางเพียงไม่นานก็เข้าไปอยู่ท่ามกลางเหตุการณ์จริงได้
ระหว่างทางขึ้นดอย ผมพบชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินอยู่ริมถนนจึงถามว่าเขาจะไปไหน เขาตอบว่าจะไปดอยผาฮี้ ผมจึงถามเล่น ๆ ว่าจะซ้อนท้ายไปด้วยกันไหม ปรากฏว่าเขาพยักหน้าแล้วรีบขึ้นมาซ้อนท้ายทันที จากที่คิดว่าถามเล่น ๆ ผมจึงกลายเป็นคนขับรถพาคนแปลกหน้าขึ้นดอยไปด้วยหนึ่งคน เราค่อย ๆ ขี่ขึ้นเขาจนถึงจุดหมาย จากนั้นเขาก็กล่าวขอบคุณแล้วแยกตัวออกไปเที่ยวและถ่ายรูป เป็นเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในแผนการเดินทาง แต่กลับกลายเป็นความทรงจำหนึ่งของวันนั้น

เมื่อหมู่บ้านบนดอยเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว
สิ่งแรกที่ทำให้ผมประหลาดใจเมื่อเดินทางมาถึงคือจำนวนผู้คน งานโล้ชิงช้าอาข่าที่ผมคิดว่าจะเป็นงานประเพณีของชุมชนกลับมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก บริเวณจัดงานเต็มไปด้วยผู้คนจนแทบหามุมว่างสำหรับถ่ายภาพไม่ได้ ผมพยายามเดินเข้าไปใกล้บริเวณพิธีเพื่อถ่ายภาพ แต่ไม่ว่าจะยกกล้องไปทางไหนก็มักติดศีรษะของนักท่องเที่ยวที่ยืนอยู่ด้านหน้า หลายคนยกโทรศัพท์ขึ้นบันทึกภาพเช่นเดียวกัน ทำให้บรรยากาศของงานไม่ได้มีเฉพาะชาวอาข่าเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยผู้มาเยือนจากพื้นที่ต่าง ๆ
เมื่อมองจากมุมกว้าง ภาพที่เห็นค่อนข้างน่าสนใจ ด้านหนึ่งคือชาวอาข่าในเครื่องแต่งกายประจำชาติพันธุ์ที่มีรายละเอียด สีสัน และเครื่องประดับโดดเด่น อีกด้านหนึ่งคือฝูงนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่พยายามบันทึกภาพสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ทุกคนดูเหมือนกำลังค้นหามุมของตัวเองท่ามกลางพื้นที่เดียวกัน

เครื่องแต่งกายอาข่าที่ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความสวยงาม
สิ่งที่โดดเด่นมากภายในงานคือเครื่องแต่งกายของชาวอาข่า โดยเฉพาะเครื่องแต่งกายของผู้หญิงที่มีทั้งลวดลายผ้า เครื่องเงิน ลูกปัด และรายละเอียดจำนวนมาก ผมมีโอกาสพูดคุยกับหญิงสาวชาวอาข่าคนหนึ่ง เธออธิบายเรื่องเครื่องแต่งกายให้ฟังอย่างกระตือรือร้น รวมถึงความแตกต่างของเครื่องแต่งกายของหญิงสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานและผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ตลอดจนรายละเอียดเกี่ยวกับกลุ่มอาข่าที่เธอสังกัด
สิ่งที่ผมจดจำได้มากกว่าข้อมูลเกี่ยวกับเสื้อผ้าคือสีหน้าและน้ำเสียงของเธอ เธอยิ้มและเล่าเรื่องวัฒนธรรมของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจอย่างเห็นได้ชัด การได้ฟังเจ้าของวัฒนธรรมอธิบายเรื่องของตัวเองทำให้เครื่องแต่งกายที่เราเห็นไม่ได้เป็นเพียงชุดสวยสำหรับถ่ายภาพ แต่กลายเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับตัวตน ครอบครัว ชุมชน และประวัติศาสตร์ของผู้สวมใส่

โล้ชิงช้าบนภูเขาท่ามกลางก้อนเมฆ
บริเวณงานมีชิงช้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูง เมื่อมองจากด้านล่าง โครงสร้างของชิงช้าตัดกับท้องฟ้าและภูเขาที่มีเมฆลอยผ่านเป็นระยะ ผู้ร่วมกิจกรรมขึ้นไปนั่งและโล้ตัวขึ้นไปค่อนข้างสูง เสียงร้องและเสียงหัวเราะดังขึ้นทุกครั้งที่ชิงช้าเคลื่อนตัว
ผมยืนมองอยู่ด้านล่างและอดคิดไม่ได้ว่า ในเมื่อมันหวาดเสียวขนาดนั้น ทำไมมนุษย์จึงสมัครใจขึ้นไปเล่น แต่เมื่อมองคนที่กำลังหัวเราะอยู่บนชิงช้า คำตอบก็คงไม่ได้ซับซ้อนนัก มนุษย์อาจมีความต้องการสัมผัสความตื่นเต้นและท้าทายขอบเขตของตัวเองอยู่เสมอ ความรู้สึกแบบเดียวกันนี้อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เรามีเครื่องเล่นในสวนสนุก การปีนภูเขา หรือกิจกรรมอีกมากมายที่ทำให้หัวใจเต้นแรงทั้งที่เราสามารถเลือกยืนอยู่บนพื้นอย่างปลอดภัยก็ได้

มุมเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครสนใจ
ท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก ผมกลับพบว่าหนึ่งในมุมที่ตัวเองชอบที่สุดไม่ใช่บริเวณพิธี แต่เป็นมุมเล็ก ๆ ริมทางที่แทบไม่มีนักท่องเที่ยวหยุดดู ที่นั่นมีการนำวัสดุธรรมชาติมาทำเป็นทางลำเลียงน้ำ น้ำค่อย ๆ ไหลลงมายังรางไม้ มีแจกันดอกกระเจียววางอยู่ใกล้กัน เบื้องหลังเป็นภูเขาและหมอกที่ลอยผ่านไปอย่างช้า ๆ
ในขณะที่คนส่วนใหญ่กำลังมุ่งหน้าไปยังลานกิจกรรม ผมกลับหยุดอยู่ตรงนั้นพักหนึ่งเพื่อฟังเสียงน้ำ มันเป็นความสงบเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางงานซึ่งเต็มไปด้วยเสียงพูด เสียงดนตรี และผู้คนจำนวนมาก ภาพนี้ทำให้ผมคิดว่าการเดินทางของแต่ละคนอาจไม่ได้มีจุดสนใจเหมือนกัน บางคนเดินทางมาเพื่อชมพิธี บางคนต้องการถ่ายภาพกับเครื่องแต่งกายสวย ๆ ส่วนผมกลับสะดุดอยู่กับเสียงน้ำ ดอกไม้ และภูเขาที่แทบไม่มีใครหยุดมอง

แมวบนดอยที่นั่งมองมนุษย์
ระหว่างเดินอยู่ในหมู่บ้าน ผมยังเจอแมวสีดำขาวตัวหนึ่ง หน้าตาของมันทำให้ผมนึกถึงเจ้าหลง แมวที่บ้านของผมขึ้นมาทันที สิ่งที่น่าสนใจคือมันไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวผู้คนเลย ทั้งที่วันนั้นมีนักท่องเที่ยวเดินผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก
มันนั่งมองฝูงชนด้วยสีหน้าสงสัยจนผมอดจินตนาการแทนไม่ได้ว่า แมวตัวนี้อาจกำลังคิดว่ามนุษย์จำนวนมหาศาลเหล่านี้มารวมตัวกันทำอะไรกันบนดอย ผมเดินผ่านไปแล้วต้องย้อนกลับมาถ่ายรูปมันเอาไว้ ส่วนมันก็มองกลับมาด้วยสีหน้างุนงง เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพิธีโล้ชิงช้าเลย แต่กลับเป็นภาพที่ผมจำได้ชัดเจนจากการเดินทางครั้งนี้

การท่องเที่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของชุมชนบนดอย
เมื่อมองจำนวนผู้คนที่เดินทางขึ้นมายังดอยผาฮี้ สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือการท่องเที่ยวได้เข้ามามีบทบาทต่อเศรษฐกิจของชุมชนบนพื้นที่สูงอย่างมาก ภาพของชุมชนชาติพันธุ์ในสายตาของคนพื้นราบในอดีตแตกต่างจากปัจจุบันอย่างมาก หลายพื้นที่เคยเผชิญข้อจำกัดด้านพื้นที่เกษตร ความยากจน การเข้าถึงบริการของรัฐ และปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการปลูกฝิ่นในพื้นที่สูง แต่โครงสร้างทางเศรษฐกิจของชุมชนจำนวนหนึ่งได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
การปลูกกาแฟและการท่องเที่ยวกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญของหลายชุมชน ร้านกาแฟ ที่พัก ร้านอาหาร สินค้าท้องถิ่น และกิจกรรมทางวัฒนธรรมทำให้เงินจากภายนอกหมุนเวียนเข้าสู่หมู่บ้านมากขึ้น นักท่องเที่ยวไม่ได้เดินทางขึ้นมาเพียงเพื่อชมวิว แต่ยังซื้อกาแฟ รับประทานอาหาร พักค้างคืน และใช้บริการต่าง ๆ ภายในชุมชน
สิ่งที่ผมเห็นในวันงานจึงไม่ได้มีเพียงการอนุรักษ์ประเพณี แต่ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมกับเศรษฐกิจสมัยใหม่ด้วย ประเพณีดึงดูดผู้คน ผู้คนสร้างการใช้จ่าย และรายได้เหล่านั้นสามารถกลับเข้าไปสนับสนุนครอบครัวและชุมชนได้อีกทางหนึ่ง ขณะเดียวกัน ความท้าทายที่ตามมาก็คือจะทำอย่างไรให้การท่องเที่ยวเติบโตโดยที่เจ้าของวัฒนธรรมยังสามารถกำหนดวิธีนำเสนออัตลักษณ์ของตนเองได้

บ้านเรือนบนไหล่เขาและภูมิประเทศของดอยผาฮี้
เมื่อเดินขึ้นไปยังจุดที่สามารถมองเห็นหมู่บ้านจากมุมสูง จะเห็นบ้านเรือนจำนวนมากตั้งเรียงอยู่ตามแนวไหล่เขา ด้านหนึ่งเป็นภูเขาสูง อีกด้านลดระดับลงสู่หุบเขา ภาพนี้สวยงาม แต่ก็ทำให้ผมนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับภูมิประเทศ
ชุมชนบนภูเขาต้องปรับตัวเข้ากับพื้นที่ลาดชันมาตลอด ทั้งการสร้างบ้าน ถนน พื้นที่เพาะปลูก ระบบน้ำ และเส้นทางสัญจร เมื่อมีสิ่งก่อสร้างและนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น การจัดการพื้นที่ น้ำฝน การระบายน้ำ และความมั่นคงของลาดเขาจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะภาคเหนือที่มีฝนตกหนักในบางช่วงของปี ภาพบ้านเรือนที่เกาะอยู่ตามไหล่เขาจึงทำให้ผมมองเห็นพร้อมกันทั้งความสวยงามของการตั้งถิ่นฐานและความเปราะบางของมนุษย์เมื่ออาศัยอยู่ท่ามกลางภูมิประเทศขนาดใหญ่กว่าตัวเรามาก

นักเดินทางจำนวนมากกำลังแสวงหาอะไร
ตอนขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ผมคิดว่างานของวันนี้จบแล้ว แต่เรื่องราวกลับยังไม่จบ ระหว่างทางผมพบรถยนต์ต่อแถวยาวบนถนน ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มมอเตอร์ไซค์หลายกลุ่มทยอยเดินทางขึ้นดอย บางกลุ่มมีรถมากกว่าสิบคัน ผมเห็นนักเดินทางบางกลุ่มกางเต็นท์พักค้างคืนอยู่ระหว่างทางด้วย
สิ่งที่ทำให้ผมสนใจคือหลายคนไม่ได้เป็นวัยหนุ่มสาว แต่เป็นคนวัยประมาณ 50 ปีขึ้นไป พวกเขาขี่มอเตอร์ไซค์เดินทางกันเป็นกลุ่ม กางเต็นท์ ดื่มกาแฟ นั่งคุยและหัวเราะด้วยกัน ภาพนั้นทำให้ผมคิดต่อไปว่า เมื่อมนุษย์ผ่านช่วงชีวิตที่ต้องทำงาน สร้างครอบครัว หรือรับผิดชอบสิ่งต่าง ๆ มาเป็นเวลานาน บางคนอาจเริ่มกลับมาแสวงหาสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยไม่มีเวลาให้
พวกเขาอาจไม่ได้เดินทางเพื่องานโล้ชิงช้าเพียงอย่างเดียว งานประเพณีอาจเป็นเพียงจุดหมายหนึ่งที่ทำให้มีเหตุผลในการสตาร์ตรถแล้วออกเดินทาง สิ่งที่พวกเขากำลังตามหาอาจเป็นถนน อากาศบนภูเขา เพื่อนร่วมทาง บทสนทนารอบแก้วกาแฟ หรือความรู้สึกว่าเรายังสามารถออกไปเห็นโลกที่ไม่เหมือนเมื่อวานได้

านโล้ชิงช้าอาข่าไม่ได้มีเพียงแห่งเดียว
อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการเที่ยวงานโล้ชิงช้าอาข่าในเชียงรายคือ ชุมชนอาข่าแต่ละแห่งอาจจัดกิจกรรมในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งหมด ในพื้นที่เชียงรายยังมีชุมชนอาข่าอีกหลายแห่ง เช่น บริเวณดอยผาหมีและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงชุมชนบนดอยแห่งอื่น ๆ ที่ยังคงมีวัฒนธรรมและกิจกรรมของตนเอง
ดังนั้น หากต้องการเดินทางมาเที่ยวเพื่อชมประเพณีจริง ๆ ควรตรวจสอบวันจัดงานของแต่ละชุมชนในปีนั้นอีกครั้ง เพราะกำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ การรู้วันจัดงานล่วงหน้ายังช่วยให้สามารถวางแผนเรื่องการเดินทาง ที่พัก และหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่การจราจรหนาแน่นมากได้ด้วย

เมื่อกลับมาถึงบ้าน ผมเปิดดูภาพและวิดีโอที่ถ่ายเอาไว้แล้วจึงรู้สึกแปลกใจว่า การเดินทางเพียงครั้งเดียวทำให้ผมเก็บเรื่องกลับมาได้มากขนาดนี้ ผมได้เห็นงานโล้ชิงช้า ได้พูดคุยกับหญิงสาวอาข่าที่ภูมิใจในวัฒนธรรมของตัวเอง ได้เห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล ได้หยุดฟังเสียงน้ำในมุมที่ไม่มีใครสนใจ ได้เจอแมวตัวหนึ่ง ได้พาคนแปลกหน้าซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ขึ้นดอย และระหว่างทางกลับยังได้เห็นกลุ่มนักเดินทางวัย 50 ปีขึ้นไปกางเต็นท์และออกเดินทางไปด้วยกัน
ถ้าถามว่างานโล้ชิงช้าอาข่าที่ดอยผาฮี้เป็นอย่างไร สำหรับผมคงตอบได้ง่าย ๆ ว่า คึกคัก สนุก และเต็มไปด้วยพลังของผู้คน แต่สิ่งที่ผมชอบในการเดินทางครั้งนี้กลับไม่ได้มีเพียงภาพของงานประเพณี
มันทำให้ผมเห็นว่าหมู่บ้านบนภูเขาแห่งหนึ่งสามารถเป็นได้พร้อมกันหลายอย่าง เป็นบ้านของผู้คน เป็นพื้นที่รักษาวัฒนธรรม เป็นแหล่งปลูกกาแฟ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจ และเป็นจุดหมายที่ทำให้คนจำนวนมากยอมขับรถ ขี่มอเตอร์ไซค์ หรือแม้แต่กางเต็นท์นอนระหว่างทางเพื่อเดินทางมาถึง
ส่วนผมโชคดีกว่าหน่อย เพราะอยู่ไม่ไกล ขี่มอเตอร์ไซค์ประมาณครึ่งชั่วโมงก็กลับถึงบ้านแล้ว
และเมื่อกลับมานั่งดูภาพทั้งหมดอีกครั้ง ผมก็พบว่าตัวเองไม่ได้กลับมามือเปล่าเลย ผมกลับมาพร้อมภาพ วิดีโอ ผู้คน บทสนทนา และคำถามอีกหลายคำถามเกี่ยวกับชีวิตของมนุษย์
บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลที่ผมยังชอบออกเดินทาง เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า การออกจากบ้านในเช้าวันธรรมดาวันหนึ่ง จะมีเรื่องอะไรให้เก็บกลับมาเล่าในตอนเย็น
VchaiBlog เที่ยวไป ทำงานไป ใช้ชีวิตให้คุ้ม