ความเปลี่ยนแปลงในสวน

กลางเดือนเมษายน อากาศร้อนตั้งแต่เช้า ผมจึงรีบกุลีกุจอทำงานบ้านให้เสร็จก่อนจะสาย เพราะหากเข้าใกล้เที่ยง ทุกอย่างจะถูกเปลวแสงอาทิตย์แผดเผาจนแทบมอดไหม้
เช้านี้ผมสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆในสวนได้ มันเป็นจังหวะเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน โดยเริ่มจาก ต้นพยุงที่ชูช่อและออกดอกสีขาว ดอกมะลิกลิ่นหอมหอมแย้มกลีบเบ่งบาน ไม้ใบไม้ประดับก็เริ่มโผล่หน้ามาทักทายหลังจากที่พักตัวช่วงหน้าหนาว ตัวอย่างเช่น บอนสี ไม้ด่าง ไม้โขด เป็นต้น
ที่เด่นชัดที่สุดก็คือ สรรพเสียงอันหลากหลายที่ร่วมกันบรรเลงประดุจดนตรีจากเครื่องดนตรีอันพิสดาร เสียงจักจั่น เสียงนกกาเหว่า เสียงนกกะปูด เสียงนกน้อยใหญ่ที่ร้องเพลงกันอย่างครื้นเครงในช่วงนี้

แมลงหลายชนิดก็เริ่มแวะมาทักทายหลังจากห่างหายไปนาน แมงเม่า แมงจินูน โดยเฉพาะแมงจินูน เหมือนมันจะรู้ว่า ช่วงนี้ต้นไม้เริ่มแทงยอดใหม่ ใบอ่อนสวยอุดมด้วยสารอาหาร มันจึงโผล่ขึ้นมาจากดิน บินมาเกาะยอดไม้ แล้วสวาปามยอดอ่อนอย่างเอร็ดอร่อย มันเลือกออกหาอาหารช่วงมืดค่ำ มันคงรู้ว่าช่วงกลางวันอากาศร้อนอบอ้าวเกินกว่าจะใช้ชีวิตได้ หากส่องไฟไปตามใบอ่อนของต้นไม้ในยามวิกาลจะพบนักล่าใบไม้เกาะอยู่เต็มไปหมด บ้างก็ผสมพันธุ์กัน บ้างก็กัดกินใบไม้ บ้างก็ไต่เล่นตามกิ่งไม้ พวกมันช่างรู้จังหวะเวลาของตัวเองเสียจริงๆ
ยังมีกลิ่นดินหลังฝนตก กลิ่นหอมของดอกแก้ว กลิ่นหญ้าเปียกชื้น และกลิ่นความเปลี่ยนแปลงของฤดูร้อนที่กำลังจะผ่านไป พร้อมเตรียมโอบรับฤดูใหม่ที่ใกล้เข้ามา นั่นคือ ฤดูฝน
ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา หากไม่สังเกตก็อาจมองไม่เห็น แต่เมื่อเพ่งพินิจด้วยหัวใจจะพบช่วงเวลาสำคัญที่ค่อยๆ ย่างกายเปลี่ยนผ่าน ไม่เฉพาะสภาพแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนไป แต่ภายในตัวเราก็กำลังเปลี่ยนเหมือนกัน ความเปลี่ยนแปลงคือชีวิต ความเปลี่ยนแปลงคือส่วนหนึ่งของจักรวาล และความเป็นไปของสรรพสิ่งอันเที่ยงแท้ จงยินดีรับความเปลี่ยนอย่างเข้าใจ
บทความโดย VchaiBlog