
จักจั่น นักขับลำนำแห่งพงไพร
เมื่อถึงยาม คราวเข้าหน้าร้อน
แสงแดดส่อง ทอประกายอย่างเชิดฉาย
หมู่ภมร หลายเล่าเริ่มย่างกาย
เปล่งเสียงทักทาย ขับกล่อมเหล่าพงไพร
หนึ่งในนั้น คือเสียงจักจั่น
ไม่หวาดหวั่น ขับร้องก้องประสาน
ใช้ชีวิตทุกวัน อย่างสำราญ
ร้องขับขาน เป็นเสียงเพลงสบายใจ
เพราะรู้ว่า มีเวลาอยู่จำกัด
ไม่นานนัก จะอำลาพาห่างหาย
จะทิ้งร่าง นี้ไว้ให้มลาย
จึงใช้กาย เปล่งเสียงสำเนียงตน
ขับลำนำ เป็นบทเพลงแห่งขุนเขา
ไล่ความเศร้า ให้หายคลายห่วงหา
จงมีชีวิตอยู่ด้วย ความเมตตา
ปรารถนาสิ่งใด จงได้พลัน
นักขับลำนำ มีเวลาเพียงหน้าร้อน
เฝ้าส่งเสียงวิงวร ด้วยความหวัง
เมื่อถึงยามเม็ดฝน โปรยลงพลัน
จะหวนคืนสู่แผ่นดิน ถิ่นธรณี
จักจั่น นักขับลำนำแห่งพงไพร
บินร่อนเร่ไป ในทุกถิ่นที่
ปลอบประโลม โลกด้วย “บทกวี”
ฟังทุกทีก็สุขใจ หาใดปาน
เหมือนฟังบทสวด จากป่าเขา
ทุกข์ใดเล่า จงหายมลายหนี
มีแต่สุข ในใจที่พึ่งมี
สุขสวัสดี เมื่อได้ยิน เสียงจักจั่น เอ่ย….
