เมื่อผมนั่งมองใบไม้พริ้วไหว
ธรรมชาติสอนให้ผมปล่อยวางและอยู่กับปัจจุบัน
บทความเขียนโดย VchaiBlog

ช่วงเวลาอันแสนวุ่นวายของผมพึ่งจะผ่านไป ทั้งการดูแลหมาแมวที่บ้าน หมาจรที่แวะมาขอข้าวกิน งานบ้านอันแสนหฤโหดที่กัดกินพลังชีวิต ความวุ่นวายเสียงดังจากการก่อสร้าง กว่าจะได้มานั่งเงียบๆ ในสวนก็กินเวลาไปเกือบเที่ยงวัน พร้อมความเหนื่อยและหมดแรงจากกิจวัตรซ้ำเดิมที่ต้องทำทุกวัน อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้
หลังทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ผมเดินถือแก้วกาแฟมานั่งคนเดียวในสวน เมฆครึ้มลอยมาปกคลุม พร้อมลมพัดเบาๆ การเดินทางของสายลมมักทำให้ต้นไม้สั่นไหว ใบไม้โยกตัวไปมา เหมือนบทสนทนาอันสนุกสนานระหว่างฤดูกาลกับความเปลี่ยนแปลง
ผมนั่งฟังบทสนทนาระหว่างสายลมกับใบไม้ คำทักทายที่ออกเสียงคล้าย “ซู่” พร้อมใบไม้ที่เคลื่อนไหวไปมา จับใจความได้ว่า ความรักและศรัทธา คือของขวัญอันมีค่าของชีวิต
สายลมโอบพัดเบาๆ ใบไม้เริงระบำ พวกเขากำลังแลกเปลี่ยนอะไรบางอย่างที่สำคัญของชีวิต อาจเป็นออกซิเจน ไอน้ำ หรือเรื่องเล่า ประสบการณ์ ความชำนาญของตัวเอง รวมไปถึงความรู้ที่มีอยู่อย่างกระจัดกระจายในห้วงอวกาศ
ผมปล่อยวางความกังวลและความไม่สบายใจทิ้งไป ตั้งใจอยู่กับธรรมชาติ นั่งฟังบทสนทนาระหว่างสายลมและใบไม้ โดยมีเหล่านกกาในสวนช่วยทำให้เรื่องเล่ามีชีวิตชีวาขึ้น
ยามเมื่อใบไม้เต้นระบำกับสายลม มันช่างน่ามองเสียจริง พลอยทำให้ทุกอย่างรอบตัวสดชื่น รู้สึกทุกอย่างมีคุณค่า สัญญาณบางอย่างที่บอกผมว่า จงเป็นดั่งใบไม้ สั่นไหวเบาๆ ยอมรับทุกสิ่งอย่างที่ผ่านมา ตีความประสบการณ์ว่านั้นคือสิ่งอันล้ำค่าของชีวิต ไม่ยึดติดกับตัวตน ปล่อยความทุกข์ทนให้ลมพัดผ่านไป แล้วใช้ชีวิตอย่างสำราญกับปัจจุบัน
และนี่คือ สิ่งที่ผมได้จากการนั่งมองใบไม้พริ้วไหว
#VchaiBlog