
เมื่อความทุกข์ยากของการจัดฟัน สอนให้ผมรู้จักรอคอยรอยยิ้ม
ในวัย 42 ปี ผมตัดสินใจเริ่มต้นการเดินทางสายใหม่ที่ชื่อว่า “การจัดฟัน” แต่สิ่งที่ตามมากลับเป็นบททดสอบความอดทนที่กระทบต่อจังหวะชีวิตอย่างคาดไม่ถึง
ความเปลี่ยนแปลงแรกคือ “อรรถรสของการกิน” ที่หายไป ผมไม่สามารถเคี้ยวของแข็งได้เหมือนเก่า ความรู้สึกปวดและตึงทำให้ฟันของผมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แม้แต่ “มะเขือเปราะ” ของโปรดที่เคยเคี้ยวกรอบกินคู่กับน้ำพริกอย่างเอร็ดอร่อย กลับกลายเป็นของแข็งที่สร้างความเจ็บปวดจนผมต้องยอมนำไปต้มให้นิ่มเพื่อให้พอกินได้บ้าง
ความทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้อีกประการคือ “เวลา” ที่หายไปหลังมื้ออาหาร ในขณะที่คนอื่นอิ่มหนำและได้ดื่มด่ำกับช่วงเวลาพักผ่อน แต่ผมกลับต้องใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเพื่อละเมียดละไมอยู่หน้ากระจก ค่อยๆ ใช้แปรงซอกฟันคว้านหาเศษอาหารที่เกาะเกี่ยวอยู่ตามลวดจัดฟันอย่างเชื่องช้า มันคือช่วงเวลาที่เราต้องกลับมาดูแลตัวเองมากขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้
ซ้ำร้าย ลวดจัดฟันยังขาดบ่อยจนผมต้องกลับไปคลินิกเกือบทุกเดือน ทุกครั้งที่ปรับลวด ความตึงจะเข้าครอบงำจนยิ้มไม่ออก บางวันเหล็กก็ขูดกระพุ้งแก้มจนเกิดแผลร้อนใน เจ็บจนน้ำตาซึมและทานอะไรไม่ได้เลย
ท่ามกลางความเจ็บปวด ผมเฝ้าถามตัวเองเสมอว่า “เราเลือกถูกแล้วใช่ไหม?” ทำไมระหว่างทางมันถึงทุกข์ทรมานเกินจะรับไหว? เหตุใดมนุษย์จึงยอมทนกับความเจ็บปวดเพื่อปลายทางที่ยังมองไม่เห็น? บ่อยครั้งที่ผมอยากจะถอดใจและล้มเลิกเสียให้จบไป
แต่สุดท้าย ผมก็ได้ค้นพบคำตอบเพื่อสร้างพลังใจให้เดินหน้าต่อใน 3 ข้อสำคัญ:
- ความทุกข์นี้ชั่วคราว แต่ผลลัพธ์นั้นถาวร ความยากลำบากนี้จะอยู่กับเราเพียงช่วงสั้นๆ ของชีวิต (ประมาณ 2 ปี) มันไม่ใช่ความเจ็บปวดที่ไม่มีวันจบสิ้น แต่มันมีจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบรออยู่
- รอยยิ้มที่งดงามคือความคุ้มค่า เมื่อฟันที่ซ้อนเกถูกจัดเรียงให้เข้าที่ รอยยิ้มที่เรามอบให้โลกจะงดงามและมั่นใจขึ้น มันน่าภูมิใจเหลือเกินที่จะได้ยิ้มให้ผู้คนและสิ่งรอบตัวด้วยความอดทนที่เราสร้างมาเอง
- บทพิสูจน์ความรับผิดชอบ ในเมื่อเราพิจารณาอย่างดีและยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อสิ่งนี้แล้ว เราจะล้มเลิกเพียงเพราะความลำบากในการใช้ชีวิตแค่นั้นหรือ? หากเรื่องนี้ยังทนไม่ได้ แล้วชีวิตจะไปสู้กับบททดสอบอื่นได้อย่างไร
การจัดฟันสำหรับผมในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องความงาม แต่มันคือเครื่องหมายของการเริ่มเป็นคนใหม่ มันสอนให้ผมปรับตัว ฝึกความรับผิดชอบ และเพิ่มความภาคภูมิใจในตัวเอง
แม้ในยามนี้มันจะเจ็บปวดอย่างยิ่งยวด แต่มันช่างคุ้มค่ากับผลลัพธ์ระยะยาว ผมจะอดทนเพื่อรอวันที่จะได้เห็นรอยยิ้มนั้นในกระจก และเมื่อวันนั้นมาถึง ผมจะมอบรอยยิ้มที่ฟันฝ่ามาอย่างยากลำบากนี้ให้แก่ทุกคนที่พบเจอ โดยไม่รู้สึกเสียดายเลยแม้แต่ครั้งเดียว
#VchaiBlog