
วิธีที่ผมจัดการกับความเกียจคร้านของตัวเอง
แสงแดดยามเช้าเริ่มสาดส่อง หยดน้ำค้างเกาะตามยอดหญ้า ดอกไม้ทยอยเบ่งบานรับแสงอรุณ นกกาและบรรดาสรรพสัตว์เริ่มออกหาอาหาร ทุกอย่างช่างดูเคลื่อนไหว เติบโต และไม่อิดออด… ต่างจากตัวผมในเวลานี้ ที่หมดเรี่ยวแรง ไร้ซึ่งความขยัน ใช่แล้วครับ! ผมกำลังเผชิญกับความขี้เกียจอย่างที่สุด
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ความเกียจคร้านเข้ามายึดพื้นที่ในใจ จนไม่อยากทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เพียงแค่ใช้ชีวิตให้พ้นไปวันๆ ทำทุกอย่างเหมือนหุ่นยนต์ที่ไร้ชีวิตชีวา ทำเพียงเพื่อให้มัน “เสร็จ” เท่านั้นเอง
ชีวิตผมคงโชคดีมากหากขี้เกียจแล้วยังมีรายได้ไหลเข้ามา แต่อนิจจา… ผมยังต้องตรากตรำทำงานหนัก เงินที่หามาได้แทบไม่พอเลี้ยงชีพ ยิ่งถูกความเกียจคร้านเล่นงาน ความเบื่อหน่ายยิ่งเกาะกุมจิตใจ คล้ายกับโชคชะตาส่งบททดสอบมาให้ระลอกแล้วระลอกเล่า เพื่อวัดใจว่า ผมยังกล้าลุกขึ้นมาใช้ชีวิตอย่างมีความหมายได้หรือไม่
ขณะที่นั่งเงียบๆ คนเดียวในสวน ผมถามตัวเองว่าอะไรกันที่กัดกร่อนความขยันและแรงบันดาลใจของผมจนแห้งหายไป? และอะไรกันที่ทำให้ชีวิตของผมยังเดินไปไม่ถึงไหน?
ผีเสื้อสีขาวขยับปีกบินร่อนอย่างงดงาม มันไม่ยี่หระต่อความสับสนที่กำลังเกิดขึ้นในใจผม ผีเสื้อบินไปเกาะดอกหญ้าแล้วถลาขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างแผ่วเบา…
หรือจริงๆ แล้ว ผมทุ่มพลังกับหลายสิ่งหลายอย่างมากเกินความจำเป็น? ผมทำอะไรมากมายจนลืมสิ่งที่สำคัญจริงๆ สิ่งที่จะพาผมไปถึงเป้าหมาย แต่ผมกลับกระจายความสนใจจนหมดพลัง เพราะวิ่งตามกระแสมากเกินไป
เมื่อเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จ ผมก็มักจะกระโดดลงไปทำตาม เปลี่ยนสิ่งที่ทำไปเรื่อยๆ จนหาตัวตนไม่เจอ เห็นใครโพสต์อวดรายได้มากมาย ผมก็เริ่มทำตามเพียงเพราะเอา “ตัวเงิน” เป็นที่ตั้ง สุดท้ายเมื่อไม่ได้ผลลัพธ์เหมือนเขา ผมก็เกิดความเหนื่อยล้า เบื่อหน่าย และจบลงที่ความเกียจคร้าน ไม่ลงมือทำต่อ
สายลมเย็นพัดผ่านใบไม้สั่นไหว ผีเสื้อยังคงบินร่อนอย่างสบายใจ หัวใจของผมเริ่มกลับมาตั้งสติได้อีกครั้ง หากผมตามคนอื่นมากไปมันจะทำให้เหนื่อย ลองหยุดอยู่กับตัวเองแล้วถามว่า “เป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร?” ถ้าเป้าหมายคือการมีรายได้พอเลี้ยงตัวเอง มีเวลาอ่านหนังสือ ได้เขียนบันทึกเรื่องเล่า นั่งดื่มกาแฟเงียบๆ ในสวน และจินตนาการถึงนิยายหรือบทกวี… สิ่งที่ผมควรทำไม่ใช่การวิ่งไล่ล่าหาเงิน แต่มันคือการ “ไล่ล่าหาชีวิตในฝัน”
ผมหยุด นั่งลง และเลือกเป้าหมาย ผมพบว่าสิ่งที่ต้องทำมันเยอะจนหนักเกินไป ผมจึงตัดสินใจว่า “พอกันที! ผมจะทำแค่ 3 อย่างต่อวัน” 3 อย่างที่จะพาผมเข้าใกล้ความฝัน และนี่คือสิ่งที่ผมเลือก:
- เขียนบล็อก
- สร้างสินทรัพย์ Pdf
- รีวิวสินค้าลง TikTok
ผมจะทำเพียงเท่านี้ ส่วนที่เหลือหากมีเวลาหรือมีอารมณ์อยากสร้างสรรค์ค่อยว่ากัน การมีสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จเพียงวันละสามอย่าง จะช่วยไม่ให้พลังของผมกระจัดกระจาย เมื่อลงมือทำทีละอย่างจนครบ เรี่ยวแรงและความขยันจะค่อยๆ ฟื้นกลับมา
สิ่งสำคัญที่ผมบอกตัวเองคือ เลิกวิ่งไล่ล่าหาเงินเหมือนคนอื่น แต่ให้หันมาสร้างสิ่งที่มีคุณค่า เพื่อให้เงินไหลมาหาเราเอง
ขอความขยัน แรงบันดาลใจ และความมีชีวิตชีวาจงไหลบ่าเข้ามาในชีวิต เพราะผมยังมีลมหายใจ และความหวังยังเบ่งบาน ทุกอย่างจึงควรถูกลงมือทำอย่างตั้งใจที่สุด
#VchaiBlog